|
|
ประกันแห่ปรับโฉมหน้าร้าน |
|
|
> ยกเครื่องสาขาทั่วไทยเทียบชั้นสำนักงานใหญ่
เชียงใหม่/รร.ราฟเฟล ปาร์ค นายเลิศ/เพลินจิตทาวเวอร์ - ประกันชีวิตปรับกระบวนยุทธ์พร้อมรบปี
2551 แข่งปรับแต่งหน้าร้านใหม่ ปรับโฉมสาขา โชว์ภาพอลังการและทันสมัย ยกระดับเป็นศูนย์บริการ
ลูกค้าครบวงจรเท่าสำนักงานใหญ่ หวังดึงความเชื่อถือลูกค้า เหตุสมรภูมิขับเคี่ยวดุเดือด โดยเฉพาะต่างจังหวัด
ยึดแผนหน้าร้าน คือ หน้าตาบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ประกาศทุ่ม 200 ล้านบาท ยก 20 สาขา
เป็นศูนย์ CSC ประเดิมสาขาเชียงใหม่เป็นที่แรก หวังรักษาแชมป์ภาคเหนือให้มั่น ขณะ ไทยประกัน
ชีวิต ชู 256 สาขาบริการครอบคลุม แต่พร้อมอัพเกรดควบ เสริมสมรรถนะทุกที่หากสร้างผลงาน ตาม
กำหนด ส่วน เอเอซีพี วาง 50 ล้าน บาท ยก 10 สาขารวดเป็นเซอร์วิส เซ็น เตอร์ตั้งแต่ปลายปีที่
ผ่านมา มุ่งเสริมบริการ ลูกค้า หนุนตัวแทนทำงานตามเป้า
ธุรกิจประกันชีวิตปี 2551 เริ่มเปิดฉากขึ้น ท่ามกลางปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจที่เชื่อกันว่าจะไม่ส่งผลต่อการ
ขยายตัวของธุรกิจโดยรวมในปีนี้มากนัก โดยแต่ละบริษัทต่างก็วางกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดอย่าง
หลากหลายวิธี และวางเกมพร้อมที่จะแข่งขันในทุกด้าน ทั้งเรื่องของกำลังคน สินค้า และบริการ ซึ่งปีนี้ดูว่า
หลายบริษัทหันมาใช้ยุทธวิธีปรับแต่งของเดิมให้เข้าที่เข้าทางเพื่อตั้งรับ มากกว่าที่จะลุยไปข้างหน้าเพียงอย่าง
เดียว
ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่เริ่มมีการปรับแต่งให้พร้อมสรรพสำหรับการเปิดรับลูกค้า คือ การปรับแต่งหน้าตาสำนักงาน
สาขาเสียใหม่ นัยว่าเป็นการตกแต่งหน้าร้านเสียใหม่ให้โอ่โถงสะดุดตา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเมื่อ
มาใช้บริการ ซึ่ง ก็มีทั้งการปรับแต่งหน้าตาสาขาให้เหมือนกันหมดเพื่อแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ มองที
เดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นสาขาของบริษัทใด และก็มีทั้งการปรับให้รูปโฉมสีสันสดใสทันสมัยมากขึ้น โดยเน้นสีสัน
ตามโลโก้ของบริษัท ซึ่งหลายบริษัทเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขณะที่บางแห่งเพิ่งเริ่มในปีนี้ โดยมีเป้า
หมายที่จะยึดที่มั่นในพื้นที่นั้นๆ ให้อยู่หมัด เพราะอย่าลืมว่าทุกวันนี้สนามแข่งเปลี่ยนไป สินค้ามีให้เลือก
หลากหลายมากขึ้น และสินค้าของแต่ละบริษัทแทบจะไม่แตกต่างกัน ยกเว้นเพียงลูกเล่น ที่ใครจะยกขึ้นมาดึง
ดูดใจเท่านั้น ดังนั้นลูกค้าจึงเป็นผู้เลือกสินค้า ไปจนกระทั่งเลือกบริษัท ผู้ขาย ไม่ใช่บริษัทเป็นผู้เลือกลูกค้าอีก
ต่อไป
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้เห็นได้ชัดจากนโยบายของหลายๆ บริษัท ที่เริ่มชิงความได้เปรียบปักธงยึดพื้นที่
ขายอันอย่างคึกคักด้วยการจัดหน้าร้านใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ทันสมัย พร้อมสรรพด้วยสินค้า และบริการ ขณะ
เดียวกันก็ขยายหน้าร้าน เพิ่มสาขาเติมเต็มในพื้นที่ที่ยังบกพร่อง เพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์ที่สุดสำหรับการแข่ง
ขันในปีนี้
แหล่งข่าวจากวงการประกันชีวิตรายหนึ่งเปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ปีนี้เป็นที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งในเรื่อง
ของการแข่งขันช่วงชิงพื้นที่ในการขยายตลาด โดยเฉพาะในต่างจังหวัด หรือในบางพื้นที่ซึ่งเป็นชุมชนขนาด
ใหญ่ เช่น เขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ถือว่าการแข่ง ขันรุนแรงมาก หลายบริษัทต่างก็มุ่งเข้าไปเจาะ ลูกค้า
รวมทั้งรักษาฐานลูกค้าที่มีอยู่ ด้วยการเข้าไปตั้งสำนักงานสาขาย่อย เพื่อยึดพื้นที่ให้บริการ และอำนวยความ
สะดวกให้กับลูกค้าถึงที่
ขณะที่นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าการแข่งขัน
ในตลาดต่างจังหวัดรุน แรงขึ้น หลายบริษัทหันมาปรับปรุงสาขาใหม่ ปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อ
เสริมในเรื่องของการบริการให้กับลูกค้า ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิตเองก็ได้มีการขยายศูนย์บริการลูกค้า (CSC
: Customer Service Centre) ไปยังภูมิภาค โดยตั้งเป้ายกระดับเป็นศูนย์ CSC
เพียง 20 สาขา จากทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน 120 สาขา เพื่อเป็นศูนย์บริการลูกค้าครบวงจร หรือ FPO
(Full Processing Operation) ในแต่ละภูมิภาค ด้วยงบประมาณที่วางไว้เฉพาะ
การปรับแต่ง 200 ล้านบาท ไม่นับรวมกับบางสาขาที่จะสร้างใหม่ และจะทำให้แล้วเสร็จใน 3 ปี หรือในปี
2553 โดยเริ่มที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อนเป็นที่แรก
เชียงใหม่ถือเป็นเซ็นเตอร์ของภาคเหนือ ตอนบนของบริษัท มีด้วยกัน 4 สาขา และ 6 สำนักงานตัวแทน
และถือเป็นพื้นที่ที่บริษัทมียอดขายเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีฝ่ายขายสะสมเงินเดือน 7 เป็นส่วนขยายตลาดสำคัญ
ในพื้นที่นี้ อีกทั้งภาคเหนือถือเป็นตลาดที่บริษัทมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเติบโตประมาณ 70% ในปีที่
ผ่านมา ด้วยเบี้ยราว 200 ล้านบาท และ เชียงใหม่ถือเป็นตลาดหลักใน 3 พื้นที่หลักของบริษัท นอกเหนือ
จากกรุงเทพฯ และหาดใหญ่ โดยเราทุ่มงบประมาณ 70-80 ล้านบาทในการ ปรับปรุงสาขาเชียงใหม่ให้
เป็นศูนย์ CSC
ทั้งนี้ เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางภาคเหนือตอนบนครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก นคร สวรรค์ แม่ฮ่องสอน
เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน และตาก ซึ่งนอกเหนือจากเชียง ใหม่แล้ว บริษัทเตรียมจะเปิดศูนย์ CSC
ที่สาขานครสวรรค์ และพิษณุโลก ส่วนพื้นที่ภาคอีสาน จะเปิดที่ขอนแก่น อุดรธานี อุบล ราชธานี และ
นครราชสีมา ภาคตะวันตกที่นครปฐม และภาคใต้ที่ปราณบุรี สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ และภูเก็ต
ส่วนการขยายสาขาใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือ เมืองไทยฯ เตรียมจะเปิดสาขาอีกที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา และอ.
เชียงแสน จ.เชียงราย ขณะที่ภาคอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างการเลือกสถานที่
อย่างไรก็ดี การยกระดับสาขาเป็นศูนย์บริการลูกค้านี้ เป็นการดำเนินการให้สอดคล้อง ไปกับการทำแบรนดิ้ง
ของบริษัท รวมไปถึงการทำ CRM (Customer Relationship Management)
กับลูกค้า ซึ่งเมืองไทยฯ มีเมืองไทย สไมล์ คลับ ไว้คอยจัดกิจกรรมสำหรับลูกค้า ขณะที่ระบบการให้บริการ
ด้านสาขาก็ได้มีการพัฒนาระบบร่วมกับฟอร์ทีสมานานแล้ว โดยทุกสาขาจะเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้มหด
ด้านบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ซึ่งถือว่ามีสาขาให้บริการมากที่สุดในอันดับต้นๆ ของธุรกิจประกันชีวิต
ด้วยจำนวนสาขามากถึง 256 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งขนาดของสาขาในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันไปตาม
สภาพพื้นท
ี่
แหล่งข่าวจากบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ขณะนี้บริษัท ยังไม่มีนโยบายใน
เรื่องของการขยายสาขาใหม่ แต่ที่ผ่านมาบริษัทมีนโยบายชัดเจนในเรื่องของ การยกระดับสาขา โดยสาขาใดที่
สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนด บริษัทก็จะขยายใหม่ เช่น จากที่ต้องเช่าพื้นที่เปิดสาขา ก็จะ
สร้างสาขาใหม่ให้ หรือขยายพื้นที่ให้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานของตัวแทนฝ่ายขาย ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้
ผลเป็นที่น่าพอใจ ตัวแทนฝ่ายขายตื่นตัวกับนโยบายนี้มาก
ส่วนบริษัทประกันชีวิตอื่นๆ ที่ได้มีการปรับปรุงสาขาใหม่ เช่น บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต จำกัด
(มหาชน) หรือเอเอซีพี ได้มีการปรับโฉมศูนย์บริการลูกค้าเดิมในต่างจังหวัด พร้อมกันถึง 10 แห่ง
ได้แก่ ศรีราชา พัทยา ตรัง ลำปาง พิษณุโลก จันทบุรี นคร ราชสีมา และหนองคาย เมื่อปลายปี2550 ที่
ผ่านมา จากช่วงต้นปีได้ทำการปรับโฉมไปแล้ว 2 แห่ง คือ เชียงใหม่ และหาดใหญ่
โดยนายวิลฟ์ แบล็คเบิร์น กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ เอเอซีพี กล่าวว่า บริษัทวางงบประมาณสำหรับการยก
ระดับทั้ง 10 สาขาเป็นเซอร์วิส เซ็นเตอร์ ไว้ประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อเตรียมรองรับการขยายตัวของ
ธุรกิจประกันชีวิต และความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของอาคารสถานที่
และการบริการโดยเพิ่มสิ่งอำนวย ความสะดวกสำหรับลูกค้าและตัวแทนอย่างครบครัน รวมทั้งขยายพื้นที่ส่วน
บริการลูกค้าให้กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มจำนวนพนักงานและขยายเวลาให้บริการเป็น 08.00
-20.00 น. เพื่อให้ลูกค้าและตัวแทนได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ เอเอซีพี มีเซอร์วิส เซ็นเตอร์ ทั่วประเทศ 12 แห่ง และสำนักงานตัวแทนกว่า 200 แห่ง และเตรียม
จะยกระดับสาขาอื่นๆ นอกเหนือจากที่ดำเนินการมาทั้งหมดเป็นเซอร์วิส เซ็นเตอร์ อีกหลายแห่ง ในเร็วๆ นี้
โดยเชื่อมั่นว่า ด้วยเครือข่ายบริการที่ครอบ คลุมทั่วทุกพื้นที่ ประกอบกับบริษัทมีแบบประกัน ชีวิตและประกัน
สุขภาพที่หลากหลาย เข้า ถึงเกือบทุกกลุ่มเป้าหมาย จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกในการใช้บริการ
มากยิ่งขึ้น และหนุนให้ตัวแทนสามารถสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย |
| |
|
| |
back |
| |
| |
|