|
|
กรมธรรม์เพื่อประชาชน |
|
|
|
| |
..ทิศทางที่จะเป็นไป
ปิดฉากไปอีกครั้งกับ สัมมนาผู้สื่อข่าวครั้งที่ 10 ซึ่งสมาคมประกันชีวิตเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้น ณ ฟาร์มโชคชัย จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 26-27 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งงานในปีนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ เศรษฐกิจไทยเศรษฐกิจโลกเกี่ยวข้องกันอย่างไร? ประเด็นร้อนในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีต้นตอมา จากปัญหาซับไพร์มเป็นสำคัญ
โดยนาย สุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สถาบันวิจัยนครหลวงไทย กล่าวว่า วิกฤติสถาบันการเงินสหรัฐฯ ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปทั่วโลกโดยผลกระทบที่เกิดกับประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือตลาดหุ้นมีผลการดำเนินงานปี2551 ลดลงประมาณ 1% จากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิ กลุ่มธนาคารในปี 2551 ลง 5% (ธนาคารทั้งระบบ ในไทยมีสินทรัพย์ลงทุนในต่างประเทศเพียง 2% เท่านั้น) 2.เศรษฐกิจ การชะลอ ตัวของเศรษฐกิจโลกจะกระทบต่อการขยายตัวด้านการส่งออกของไทยในปี 2552 และมีความเสี่ยงต่อจีดีพี 0.25-0.50% เนื่องจากสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดหลัก ของการส่งออกมีสัดส่วนประมาณ 50% (รวมยุโรปและญี่ปุ่น) อีก 50% พึ่งพาตลาด เกิดใหม่ อาทิ ตะวันออกกลาง เอเชีย
และ 3.ธุรกิจภาคการเงินและอุตสาหกรรมและบริการ โดยธุรกิจภาคเงินได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งสถาบันวิจัย นครหลวงไทยปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 2551 ลงประมาณ 5% โดยประเมินว่าจะได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินที่ลดลง ความเสี่ยงในการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและสภาพคล่องในดำเนินธุรกิจตึงตัว
> คนกลัวความเสี่ยงวิกฤติสหรัฐฯ ประกันดักเงิน 4 ล้านล้าน
นายสุกิจ กล่าวว่า จากวิกฤติในสหรัฐฯ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการลงทุนทั่วโลกกล่าวคือนักลงทุนจะกลัวความเสี่ยงมากขึ้น สภาพคล่องทาง การเงินของโลกปรับตัวลดลงเพราะหลังวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ส่งผลให้สถาบันการเงินในสหรัฐฯ มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างจาก investment Bank หรือวาณิชธนกิจไปสู่ธนาคารพาณิชย์หรือ Commercial Bank มากขึ้น หมดยุค High Leverage ความเสี่ยงทางการเมืองมีมาก ขึ้น ความถี่และความรุนแรงรวมถึงภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นกระทบต่อหลายธุรกิจอาทิ อสังหาริมทรัพย์ เกษตร ทำให้ธุรกิจ ประกันเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและการเกิด สถาบันประกันเงินฝากนอกจากทำให้พฤติกรรมในการฝากเงินเปลี่ยนไปแล้ว เม็ดเงิน 4 ล้านล้านบาท ที่คาดว่าจะไหลออกระบบธนาคารคือโอกาสของธุรกิจประกัน และบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.)
> บำนาญ-ยูนิตลิงค์ สินค้าใหม่ คุมเข้มตัวแทน-นายหน้า-แบงก์
ด้านนางสาววราวรรณ เวชชสัสถ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับผลิตภัณฑ์และบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวในการสัมมนาย่อยหัวข้อ Trend ผลิตภัณฑ์สำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน...ให้อะไรกับประชาชน ว่า ปัจจุบัน กรมธรรม์ประกันชีวิตมีอยู่ด้วยกันหลายพันแบบเนื่องจากแต่ละบริษัทมีจุดประสงค์ในการยื่นขอรูปแบบกรมธรรม์ต่างกันเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า ซึ่งจากสภาพ เศรษฐกิจ สังคมและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปรวมถึงแบบประกันใหม่ๆ จากต่างประเทศจะเข้ามามีอิทธิพลต่อแบบประกันในไทย อาทิ ประกันบำนาญที่จะเกิดในปีหน้าเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคควบคู่กับสินค้าเดิมทั้งแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์และชั่วระยะเวลา
นอกจากนี้ ยังมีกรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ ซึ่งเป็นแบบประกันชีวิตควบการลงทุนตัวที่ 2 ต่อจากกรมธรรม์ยูนิเวอร์ แซลไลฟ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า โดยแบบประกันดังกล่าวจะแยกเบี้ยประกันชัดเจนส่วนไหนคุ้มครองส่วนไหนลงทุน ในส่วนลงทุนผู้เอาประกันต้องแบกรับความเสี่ยงเองต่างจากกรมธรรม์ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ซึ่งบริษัทจะการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำให้กับผู้เอาประกันและตัวที่ 4 คือ ประกันสุขภาพตลาดจะยิ่งขยายตัวมากขึ้นจากการเข้า ไปต่อยอดกลุ่มลูกค้าประกันสังคม ตามนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนที่ต้องการให้ผู้ประกันตนมีประกันสุขภาพ
ยิ่งกว่านั้น เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค คปภ.ยังได้ออกกฎกติกาใหม่ๆ คุมเข้มการเสนอขายกรมธรรม์ ของคนกลางทั้งตัวแทน นายหน้ารวม ถึงช่องทางจำหน่ายต่างๆ ให้มีมาตรฐาน มากขึ้นอย่างตัวแทน นายหน้าเวลาเสนอขายต้องบอกชื่อ นามสกุล บริษัทที่สังกัดพร้อมแสดงบัตรตัวแทนที่คปภ.ออกให้ หรือการขายผ่านธนาคารห้ามบอกว่าประกันเป็นฝากเงินและไม่สามารถเอาเงื่อนไขการขอสินเชื่อมาบังคับให้ลูกค้าทำ ประกัน เป็นต้น
> ประกันพื้นฐาน ยังโดนใจคนไทย ขายสินค้าตามความต้องการเริ่มมา
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า แนวโน้มสินค้ายังคงเป็นแบบประกันพื้นฐานเน้นคุ้มครองและออมเงินเป็นหลักอยู่ทั้งแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์หรือแบบชั่วระยะเวลาซึ่งสามารถซื้อความคุ้มครองอื่นๆ เช่น ประกันสุขภาพเป็นอนุสัญญาเพิ่มเติม ได้ นอกจากสินค้าดังกล่าวนี้แล้วยังมีกรมธรรม์ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ รวมถึงยูนิต ลิงค์และประกันบำนาญที่กำลังจะออกมา โดย เชื่อว่าแบบประกันใหม่ๆ จากต่างประเทศ จะเริ่มเข้ามาอย่างแน่นอนแต่คนไทยยังเน้นแบบประกันพื้นฐานอยู่ ซึ่งปัจจุบันอัตราการทำประกันชีวิตของคนไทยอยู่ที่ 22.5% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ โดย 70% ของคนไทยเป็นเกษตรกรเป็น กลุ่มที่ใหญ่มากเป็นกลุ่มที่เปิดรับประกันชีวิตมากกว่าเดิม ซึ่งการขยายลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ยากเพียงแค่ทำแบบประกันที่ต้องตาม ความต้องการซึ่งต้องเป็นแบบประกันที่เข้าใจง่าย
จุดเปลี่ยนในวันนี้คือความคิด ของผู้เอาประกันไม่ใช่สินค้า เรายังขายประกันด้วยความสัมพันธ์เป็นหลัก ลูกค้ายังไม่เห็นความจำเป็นจริงที่จะต้องทำประกัน ขณะที่เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกจะเข้ามาเป็นปัจจัยด้วยเช่นเดียวกับกฎหมายใหม่ๆ ที่ออกมาทั้งกฎหมายของคปภ.และจากหน่วยงานอื่นจะเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น การขายโดยความต้อง การของลูกค้าจะเริ่มเกิดขึ้นแต่จะเกิดกับลูกค้าในเมืองใหญ่ๆ ก่อนจะเป็นตัวแปรทำให้บริษัทต้องมาย้อนดูตัวเองมีสินค้าอะไรอยู่บ้าง ต้องเตรียมสินค้าให้ครบกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เช่น โลก โรคร้าย แรง ซึ่งส่วนนี้จะเป็นวิวัฒนาการของอนุสัญญาใหม่ๆ ที่จะออกมา
> ประกันมะเร็ง แรงสุด บริษัทพัฒนาสินค้าตามช่องทางขาย
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ อุปนายก ฝ่ายบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าว ว่า แนวโน้มของสินค้าประกันชีวิต เช่น ประกันสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาก ในระยะนี้คือ ประกันโรคมะเร็งหลายบริษัทแข่งกันออกสินค้าประเภทนี้เนื่อง จากเป็นโรคที่มีสถิติผู้ป่วยสูงสุดในกลุ่มโรคร้ายแรงและมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่าแสนราย อย่างผู้หญิงคือมะเร็งเต้านมที่มีสถิติผู้ป่วยสูงสุดรองลงมาคือมะเร็งลำไส้ สาเหตุที่ประกันสุขภาพได้ รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากประชาชนมีอายุยืนขึ้นคำนึงถึงการดูแลสุขภาพมากกว่าเดิม ซึ่งการวางแผนซื้อในช่วงอายุน้อย เบี้ยจะถูก ซึ่งนอกจากสินค้าแล้ว บริการเป็นเรื่องสำคัญอย่างช่องทางในการชำระ เบี้ยต้องเปิดให้หลากหลายมากที่สุด เช่น แบงก์ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไปรษณีย์ เพราะ หากตัวแทนไม่มาเก็บเบี้ยลูกค้าสามารถจ่ายเบี้ยเองได้สะดวก
นางสุกัญญา ทองชื่นจิตต์ กรรมการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าว ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้นแต่สินค้ายังย่ำอยู่ที่เดิมคือมีแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ ชั่วระยะเวลา ขณะที่สินค้าใหม่ทั้งยูนิต ลิงค์ และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ในต่างประเทศขายมานานแล้วและมียอดขายสูงมากเนื่องจากผู้บริโภคมีการลงทุนเชิงรุกมากกว่าคนไทย ซึ่งนอกจากลูกค้ามีพัฒนาการมากขึ้นแล้ว ช่องทางขายที่เปลี่ยนไปมีส่วนด้วย อาทิ แบงก์แอสชัวรันส์ เทเลมาร์เก็ตติ้งหรืออิน เตอร์เน็ตเริ่มมีลูกค้าเข้ามามากขึ้นส่วนหนึ่งไม่ได้เข้ามาซื้อแต่เข้ามาเปรียบเทียบสินค้า เช่นเดียวกับซื้อผ่านแบงก์แอสชัวรัสน์ที่มีการเปรียบเทียบสินค้าประกันกับเงินฝากธนาคาร
|
| |
|
| |
back |
| |
| |
|