นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กล่าวว่า การถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทประกันชีวิตและประกันภัยของไทย จะไม่เกิดปัญหาขึ้น เพราะคปภ.ออกเกณฑ์ควบคุมอย่างเข้มงวด
โดยในส่วนของธุรกิจประกันชีวิต มีบริษัทที่ต่างชาติถือหุ้นอยู่ 13 บริษัท และสาขาต่างชาติ 1 บริษัท จากทั้งหมด 24 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากฮ่องกง เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สหรัฐ และญี่ปุ่น โดยถือหุ้นไม่เกินรายละ 25%
ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัย มีต่างชาติถือหุ้น 30 บริษัท เป็นสาขาต่างชาติ 5 บริษัท จากทั้งหมด 72 บริษัท ซึ่งทั้งหมดถือหุ้นไม่เกิน 25% เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คปภ.จะเสนอให้กระทรวงการคลัง ทำแผนฉุกเฉินโดยการจัดตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ทำประกัน กรณีธุรกิจประกันในประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก จนส่งผลเสียต่อผู้ถือกรมธรรม์
แผนดังกล่าว จะเสนอให้รัฐบาลออกเงินเป็นทุนประเดิม 1 หมื่นล้านบาท แยกเป็นคุ้มครองการประกันชีวิต 9 พันล้านบาท และคุ้มครองการประกันภัย 1 พันล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือกรมธรรม์ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น
การยืนยันเกี่ยวกับความมั่นคงของธุรกิจประกันของไทยดังกล่าวมีขึ้นหลังมีความวิตกครั้งล่าสุดในกรณีฟอร์ติส ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทการเงินของกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ที่เข้าสู่กระบวนการโอนกิจการเป็นของรัฐบาล เพื่อป้องกันผลกระทบทางการเงินแบบสหรัฐซึ่งกำลังรุมเร้าฟอร์ติสซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารชั้นนำ 20 แห่งของยุโรป และมีธุรกิจด้านธนาคารและประกัน
ขณะที่ผู้บริหารบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต และบมจ.เมืองไทยประกันภัย (MTI) ยืนยันในวันนี้ว่า ฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง และไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาของกลุ่มฟอร์ติส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัท
เมื่อกลางเดือนนี้ บริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ (AIA) ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในธุรกิจประกันชีวิตของไทย ยืนยันฐานะทางการเงินยังแข็งแกร่งเช่นกัน แม้บริษัทอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป(AIG) ในสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทแม่จะมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ก่อนที่รัฐบาลสหรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือ |