ตั้งแต่ 1 มกราคม ปี 2552 เป็นต้นไป สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้บริษัทประกันภัยนำหลัก "Cash before Cover" หรือจ่ายก่อนคุ้มครอง มาใช้กับการประกันภัยรถยนต์ ทั้งการประกันภัยรถตาม พ.ร.บ. และการประกันภัยรถภาคสมัครใจ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ระบบ Cash before Cover เป็นระบบที่กำหนดให้สัญญาประกันภัยมีผลทันทีเมื่อบริษัทประกันภัยได้รับชำระเบี้ยประกันภัย ทั้งนี้ การชำระเบี้ยประกันภัยแก่ตัวแทนประกันภัย พนักงานและนายหน้าประกันภัยผู้ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท จะถือว่าเป็นการชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทแล้วเช่นกัน
การประกันภัยรถยนต์ในต่างประเทศมีการนำหลักการ Cash before Cover มาใช้กันนานแล้ว เช่น ในประเทศมาเลเซียมีการนำหลักการนี้มาใช้กับการประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท ตั้งแต่ปี 2523 สำหรับประเทศไทย ผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันชีวิตอยู่คงมีความคุ้นเคยกับระบบนี้เนื่องจากการประกันชีวิตได้ใช้ระบบนี้มานานมากแล้ว
ระบบการประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบัน กรณีที่ผู้เอาประกันภัยแจ้งทำประกันภัยทางโทรศัพท์หรือการทำประกันภัยผ่านตัวแทน-นายหน้าประกันภัยซึ่งไม่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัยหรือหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นอาจเกิดข้อขัดแย้งในภายหลังก็ต้องมีการพิสูจน์ว่าบริษัทรับประกันภัยแล้วหรือไม่
ดังนั้นเมื่อนำหลัก Cash before Cover มาใช้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจประกันภัยมีธรรมาภิบาลที่ดี มีความมั่นคง ทำให้ผู้เอาประกันภัยมั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นจะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยด้วยความยุติธรรมและรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม หลักการดังกล่าวก็มีผู้ประกอบการหลายแห่งนำมาใช้ก่อนแล้ว เมื่อครั้งที่บริษัทประกันวินาศภัยเริ่มจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ภาคสมัครใจรวมความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัย จากรถ พ.ศ. 2535
หลักเกณฑ์จ่ายก่อนคุ้มครอง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้เอาประกันภัยว่า บริษัทได้รับชำระเบี้ยประกันภัยเรียบร้อยแล้ว โดยกรมธรรม์จะเริ่มมีผลคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยแล้วไม่ว่าผู้เอาประกันภัยจะซื้อประกันผ่านช่องทางจำหน่ายใดก็ตาม
เมื่อนำหลัก Cash before Cover มาใช้ ผู้เอาประกันภัยต้องวางแผนในการทำประกันภัยไว้ล่วงหน้า โดยต้องทำประกันภัยหรือต่ออายุการประกันภัยให้ตรงหรือก่อนวันเริ่มต้นคุ้มครองและชำระเบี้ยประกันภัยทันทีที่ทำสัญญาประกันภัย ก็จะได้รับความคุ้มครองทันทีตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้ตกลงไว้
ภายใต้การออกกรมธรรม์แบบใหม่บริษัทประกันภัยจะต้องออกหลักฐานในการรับประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย 2 รูปแบบคือ
1.ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีอย่างย่อหรือแบบใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีพร้อมทั้งเอกสารประกอบการจดทะเบียนและชำระภาษีประจำปีต่อนายทะเบียนขนส่งกรณีบริษัทประกันภัยหรือตัวแทนประกันภัยสามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยได้ทันที
2.ใบเสร็จรับเงินชั่วคราวและเอกสารประกอบการจดทะเบียนและชำระภาษีประจำปีต่อนายทะเบียนขนส่งกรณีที่บริษัทประกันภัยหรือตัวแทนไม่สามารถออกกรมธรรม์ได้ทันที โดยกรณีหลังนี้ในใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจะมีการระบุว่า ผู้เอาประกันภัยจะได้รับกรมธรรม์ภายใน 15 วันนับแต่วันชำระเบี้ยประกันภัย หากผู้เอาประกันไม่ได้รับกรมธรรม์ภายในเวลาที่กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยติดต่อที่บริษัทประกันภัยโดยตรงเพื่อยืนยันความคุ้มครองป้องกันปัญหาตัวแทน นายหน้าไม่นำค่าเบี้ยส่งบริษัทและป้องกันบริษัทบอกยกเลิกกรมธรรม์
การนำหลัก Cash Before Cover มาใช้จะยุติปัญหาที่ว่าผู้บริโภคจ่ายเงินหรือยัง เพราะที่ผ่านมาเวลาเกิดเคลมแล้ว บางครั้งผู้บริโภคเคลมไม่ได้ บริษัทไม่คุ้มครองบอกว่าผู้บริโภคยังไม่จ่ายเงินทั้งที่ผู้บริโภคจ่ายเงินไปแล้ว
ต้นตอปัญหาส่วนใหญ่มาจากตัวแทน นายหน้ารับเบี้ยจากลูกค้ามาแล้วไม่นำส่งให้กับบริษัททำให้เกิดปัญหาสะสมและพัวพันถึงฐานะการเงิน ความมั่นคงของบริษัทไม่ได้รับค่าเบี้ยเพราะ เบี้ยไปตกค้างอยู่กับคนกลาง และถ้าเบี้ยค้างรับเกิน 60 วัน คปภ.ไม่ประเมินค่าให้ ทำให้เงินกองทุนมีปัญหาตามไปด้วย วิธีนี้เป็นการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินทางหนึ่ง
การใช้ Cash Before Cover อาจจะกระทบวิธีการทำงานของตัวแทนที่คุ้นเคยกับวิธีเก็บเบี้ยแบบเก่าๆ ได้รับค่าเบี้ยแล้วไม่นำส่งบริษัท ตรงนี้ตัวแทนต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องรู้หน้าที่ตัวเองรับเบี้ยแล้วต้องนำส่งบริษัท ทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและยกมาตรฐานของวงการประกันวินาศภัยของไทย |