อาวุธลับตัวแทนสยบวิกฤติศรัทธา
ส.ชีวิตเพิ่มเครื่องมือขายตัวแทนยุคความเชื่อมั่นสั่นคลอนผลกระทบจากเอไอจีที่อเมริกา ทำ ข้อมูลฐานะการเงินธุรกิจประกันชีวิตย้อนหลัง 3 ปีทั้งเงินกองทุน เงินสำรอง สินทรัพย์ รวมสินทรัพย์ลงทุนพร้อมเบี้ยรวมแจก 24 บริษัทเพื่อกระจายต่อ ไปยังตัวแทน มั่นใจเป็นดัชนีเรียกความ เชื่อมั่นลูกค้า-ประชาชนสยบวิกฤติศรัทธาเสื่อมถอย
ผลกระทบจากกรณีบริษัท อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป อิงค์ (เอไอจี) ในสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาทางการเงิน ซึ่งสั่นคลอนมาถึงบริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด (เอไอเอ) สาขาประเทศไทยเนื่อง จากลูกค้าและประชาชนไม่มั่นใจในสถานภาพทางการเงินของบริษัทเกรงจะมีปัญหาตามบริษัทแม่ โดยความไม่มั่นใจขยายผลมาถึงธุรกิจประกันชีวิตในภาพรวมด้วย
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ จะจัดทำข้อมูลธุรกิจประกันชีวิตประกอบทั้งหมด ทั้งฐานะการเงินประกอบด้วยเงินสำรองประกันภัย เงินกองทุน สินทรัพย์รวม สิน ทรัพย์ลงทุนรวมถึงเบี้ยประกันย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ 2548-2550 พร้อมเปรียบเทียบอัตราเติบโตในแต่ละปีเพื่อแสดงถึงการขยายตัวและความแข็งแกร่งของธุรกิจจัดส่งให้กับบริษัทประกันชีวิตทั้ง 24 บริษัทเพื่อให้บริษัทนำไปเผยแพร่ให้ตัวแทนนำไปเป็นข้อมูลประกอบการขายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในช่วงที่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปอยู่ในภาวะตื่นตระหนกและไม่มั่นใจในธุรกิจ
สำหรับข้อมูลที่จะจัดส่งให้ประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับฐานะการเงินเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2548-2550 มี 5 ตัวประกอบด้วยเบี้ยรับตรงปี 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 201,942 ล้านบาท เพิ่ม ขึ้น 16.25% จากปี 2549 ที่มีเบี้ยรับตรง 173,708 ล้านบาท โดยผลงานในปี 2549 เพิ่มขึ้น 10.25% จากปี 2548 ที่มีเบี้ยรับตรง 166,830 ตัวที่ 2 คือเงินสำรองประกัน ภัยปี 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 646,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.61% จากปี 2549 ที่มียอดรวม 559,063 ล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้น 18.20% จากปี 2548 ที่มีเงินสำรอง 490,148 ล้านบาท
3.เงินกองทุน ปี 2550 มีจำนวน ทั้งสิ้น 110,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.61% จาก 90,495 ล้านบาทในปี 2549 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.40% จากปี 2548 ที่มีเงินกองทุน 82,179 ล้านบาท 4.สินทรัพย์รวมในปี 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 817,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.15% จากปี 2549 ที่มีจำนวน 703,639 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 17.79% จากปี 2548 ที่มีสินทรัพย์รวม 620,370 ล้านบาทและ 5.สินทรัพย์ลงทุนในปี 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 775,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% จากปี 2549 ที่มีสินทรัพย์ลงทุน 666,244 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.77% จากปี 2548 ที่มีสินทรัพย์ลงทุน 583,733 ล้านบาท
ส่วนที่สอง เป็นข้อมูลเบี้ยประกันภัยรับ 7 เดือน ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมเปรียบเทียบปี 2550-2551 โดยปี 2551 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยรับปีแรก (FYP) ทั้งสิ้น 25,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.21% จากปี 2550 ที่มีเบี้ยรับปีแรก 22,911 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว (ซิงเกิล พรีเมี่ยม) ปี 2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 12,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.28% จากปี 2550 ที่มีเบี้ยรับจ่ายครั้งเดียว 11,007 ล้านบาท รวม 2 ประเภทเท่ากับธุรกิจมีเบี้ยรายใหม่รับรวมทั้งสิ้น 38,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.56% จากปี 2550 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 33,919 ล้านบาท
สำหรับเบี้ยประกันปีต่ออายุในปี 2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 84,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.26% จากปี 2550 ที่มีเบี้ยปีต่ออายุ 76,388 ล้านบาท รวม 7 เดือนธุรกิจประกันชีวิต มีเบี้ยรับรวมทั้งสิ้น 122,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.96% จากปี 2550 ที่มีเบี้ยรับรวม 110,307 ล้านบาท
ส่วนที่สามเป็นข้อมูลสินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตเปรียบเทียบตั้งแต่ ปี 2548-2550 ซึ่งในปี 2550 ธุรกิจประกัน ชีวิตมีสินทรัพย์ลงทุนทั้งสิ้น 775,563 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.47% จากปี 2549 ที่มีสินทรัพย์ลงทุนรวม 666,244 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 14.14% จากปี 2548 ที่มีสินทรัพย์ลงทุนทั้งสิ้น 583,733 ล้านบาท เป็นการลงทุนใน 3 ประเภทได้แก่ 1.ตรา สารหนี้ มีสินทรัพย์ลงทุนทั้งสิ้น 623,909 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 80.46% มาก ที่สุด ในจำนวนนี้เป็นการลงทุนในพันธบัตร 453,775 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 58.51% รองลงมาเป็นหุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ เงินลงทุน 90,700 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.70% ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน เงินลงทุน 67,479 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.70% เงินฝากสถาบันการเงินประเภทมี ดอกเบี้ย เงินลงทุน 11,708 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.51% และตั๋วเงินคลัง เงินลงทุน 247 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.03%
2.ตราสารทุน มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 86,430 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.14% ประกอบด้วยการลงทุนในหุ้นทุน เงินลงทุน 67,781 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.74% และหน่วยลงทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิ์ การซื้อหุ้นสามัญ เงินลงทุน 18,649 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.40% และ 3.เงินให้กู้ยืมและเงินลงทุนอื่น เงินลงทุน 65,224 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8.41%
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางคณะกรรมการบริหาร สมาคมประกันชีวิตไทยพร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัทเอไอเอและธนาคารแห่งประเทศไทยได้เข้าพบคณะกรรมาธิการการเงิน การ คลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภา ผู้แทนราษฎรเพื่อชี้แจงกรณีเอไอจีที่สหรัฐฯประสบปัญหาทางการเงินเพื่อร่วมกันยืนยันว่าเอไอเอมีสถานะทางการเงินมั่นคง
โดยทางคณะกรรมาธิการฝากให้ คปภ. และธปท. เตรียมความพร้อมหากบริษัท AIA ต้องใช้เงินสำรองประกันภัย เนื่องจากเงินสำรองประกันภัยโดยมากนั้นอยู่ในรูปของพันธบัตรรัฐบาลและรับวิสาหกิจ ดังนั้นหากมีการขายพันธบัตรดังกล่าวจำนวนมาก จะส่งผลกระทบต่อปริมาณ เงินในระบบอันเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจมหภาคโดยรวม
|