:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หนัาแรก  | ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  ยันประกันชีวิตไทยแข็งแกร่ง
ก.ม.คุมเข้มมั่นใจตลาดไม่สะเทือนปีนี้โตตามเป้า

สมาคมประกันชีวิตไทยออกโรง ยันธุรกิจประกันชีวิตไทยมั่นคงแข็งแกร่ง วิกฤติการเงินสหรัฐฯ ไม่กระเทือน ระบุสภาพตลาดต่างกัน ไทย เป็นตลาดของสินค้าพื้นฐานคุ้มครอง-ออม ขณะอเมริกา-ยุโรปเน้นสินค้าพ่วง ลงทุน เวลาเกิดปัญหาจึงกระทบเร่งสร้าง ความเชื่อมั่นกฎหมาย ประกันชีวิตไทย คุมอยู่หมัด ฐานะการเงินแข็งปั๋ง ทั้งระบบเงินสำรอง-เงินกองทุน อีกทั้งอนาคตกฎเหล็ก RBC และระบบกำกับ ใหม่ที่จะใช้ 1 ม.ค.นี้ มั่นใจปีนี้ธุรกิจโตตามเป้าเกิน 10% แน่

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันชีวิต ไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง แม้จะเกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐฯ ก็ไม่กระทบเป็นโดมิโนมาถึงธุรกิจในไทย โดยยืนยันว่าบริษัทประกันชีวิตทั้ง 24 บริษัทยังมีความ แข็งแกร่ง เพราะดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายไทย ซึ่งพ.ร.บ.ประกันชีวิต มีความเข้มงวดมาก ประกอบกับตลาดประกันชีวิต ไทยมีความแตกต่างจากตลาดในอเมริกา และยุโรป โดยสินค้าประกันชีวิตที่ขายอยู่ ในตลาดไทยขณะนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้า พื้นฐาน คือ เน้นความคุ้มครอง มากกว่าจะเป็นสินค้าที่มีความซับซ้อนประเภทพ่วงการลงทุน หรืออินเวสต์เมนต์ ลิงค์ (Investment Linked) ในประเภทต่างๆ

จึงทำให้การลงทุนไม่ได้มุ่งแสวงหาผลตอบ แทนเพื่อกำไรมากนัก แต่เป็นการมุ่งหา ผลตอบแทนเพื่อคืนกลับผู้เอาประกันตามสัญญากรมธรรม์ ซึ่งกรมธรรม์ประเภทเน้นความคุ้มครองนี้มักจะเป็นกรมธรรม์ระยะยาว เช่น แบบชั่วระยะเวลา (Term) แบบตลอดชีพ (Whole Life) และแบบที่เน้นการออก คือ แบบสะสมทรัพย์ (Endowment)

นอกจากนี้ การลงทุนของบริษัทประกันชีวิต ยังอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยกฎหมายเน้นไปที่การลงทุนที่มีความมั่นคงสูง และให้ผลตอบแทนที่แน่ นอน (Fix Income) ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเป็น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรรัฐวิสาหกิจมากที่สุด โดยในปี 2550 ที่ผ่านมา จากข้อมูลของคปภ. ธุรกิจประกัน ชีวิตมีสินทรัพย์มากถึง 815,923 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 15.97% เมื่อเทียบกับปี 2549 ที่มีสินทรัพย์รวม 703,540 ล้านบาท โดย ในจำนวนนี้เป็นสินทรัพย์ลงทุน 775,531 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 16.42%

ซึ่งนอกเหนือจากหลักทรัพย์ที่วางไว้กับนายทะเบียนในสัดส่วน 0.06% ของ สินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตทั้ง หมด หรือเป็นเม็ดเงินรวม 499.928 ล้าน บาทแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในพันธบัตรมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 59.11% ของสินทรัพย์ลงทุนของธุรกิจประกันชีวิตทั้งหมด หรือเป็นเงินจำนวน 458,391.181 ล้านบาท รองลงมา 11.04% เป็นหุ้นกู้ และหุ้นกู้แปลงสภาพ คิดเป็นเงินจำนวน 85,588.188 ล้านบาท, อีก 8.76% เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋วแลกเงิน คิดเป็นเงินจำนวน 67,899.737 ล้านบาท ส่วนอีก 8.76% เป็นหุ้นทุน คิดเป็นเงินจำนวน 67,902.008 ล้านบาท, อีก 8.81% เป็นเงินให้กู้ยืม คิดเป็นเงินจำนวน 63,475.034 ล้านบาท, อีก 2.38% เป็นหน่วยลงทุน มูลค่า 18,482.939 ล้านบาท, อีก 1.45% เป็นเงินฝากสถาบันการเงินจำนวน 11,245.376 ล้านบาท, อีก 0.21% เป็นเงินลงทุนอื่น จำนวน 1,602.948 ล้านบาท, อีก 0.03% เป็นตั๋วเงินคลังจำนวน 246.567 ล้านบาท, อีก 0.03% เป็นใบสำคัญแสดงสิทธิ์การซื้อหุ้นสามัญ หรือหุ้นกู้ หรือหน่วยลงทุน จำนวน 196.748 ล้านบาท และที่เหลือ 0.00% เป็นการลงทุนอื่นๆ จำนวน 584,000 บาท ตามลำดับ

ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น คิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.86% ของสินทรัพย์ ลงทุนทั้งหมด และการลงทุนต่างประเทศต้องได้รับการอนุมัติจากคปภ. อีกทั้งยังมีกรอบการลงทุนที่เข้มงวด โดยสามารถลง ทุนได้เพียงพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศเท่านั้น และจากการสอบถามคปภ.ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีบริษัทประกันชีวิตไทยรายใดลงทุนไว้กับเลห์แมน บราเธอร์สเลย

นอกเหนือจากกฎเกณฑ์การลงทุนที่เข้มงวดแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้บริษัทประกันชีวิตต้องมีเงินสำรอง และเงินกองทุนอีกด้วย โดยกำหนดให้ต้องดำรง เงินกองทุนในสัดส่วน 2% ของเงินสำรอง และในปี 2553 ก็จะมีการใช้ระบบการดำรง เงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง หรือ Risk Base Capital (RBC) อีกทั้งล่าสุด คปภ. ได้หารือกับสมาคมประกันชีวิตไทย จะนำแนวทางตรวจสอบกำกับแนวใหม่ (Early Intervention) ในวันที่ 1 มกราคม 2551 นี้ โดยจะมีการพิจารณาอัตราส่วนทางการเงิน (Ratio) ต่างๆ ทั้งอัตราส่วนหลัก 3 ตัว และอัตราส่วนรองอีก 4 ตัว โดยเฉพาะอัตราส่วนหลักที่สำคัญที่สุด คือ อัตราส่วนเงินกองทุน 150% ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความแข็ง แกร่งให้กับฐานะการเงินของบริษัทประกัน ชีวิตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นไปอีก

“การปันผลส่งกำไรกลับบริษัทแม่ต่างประเทศนั้น ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากนายทะเบียนเช่นกัน ไม่ใช่ว่าบริษัทจะส่งได้เอง โดยคปภ.จะต้องพิจารณาจาก อัตราส่วนทางการเงินเหล่านี้ ว่าจะเกิดผล กระทบต่อบริษัทหรือไม่ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าธุรกิจประกันชีวิตมีความมั่นคงแข็งแกร่งแน่นอน”

ดร.อภิรักษ์ ไทพัฒนกุล กรรมการบริหาร สมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติต่างๆ เลย เช่น เมื่อครั้ง เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ธุรกิจประกันชีวิตก็ยังเติบโตได้ ยิ่งในช่วง 2-3 ปีนี้ยิ่งเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าในปีนี้จะยังเติบโตได้ตามที่สมาคมฯ ประเมินไว้ คือ เติบโตได้ในระดับ 10% หรืออาจจะมากกว่านั้นไปถึง 12-13% เพราะช่วงปลายปีเป็นช่วงของการเร่งยอด”
 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com