็ือุบัติเหตุ-ป่วยเบิกคู่ประกันสังคม
นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขา ธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า กรณีลูกจ้างผู้ประกันตนประสบอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้าโรงพยาบาลใดก็ได้ที่สะดวก แต่ถ้าหากลูกจ้างผู้ประกันตนมีประกันชีวิตส่วนบุคคลอื่นร่วมอยู่ด้วยก็สามารถนำค่ารักษาพยาบาลเบิกคืนได้ทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าจะเป็นประ กันชีวิตส่วนบุคคลหรือสิทธิประกันสังคมแต่ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ค่ารักษา พยาบาลที่เกิดขึ้นจริงตามความจำเป็น ภายในระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ไม่รวมวันหยุดราชการ
โดยดูว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่สามารถเบิกจากประกันชีวิตส่วนบุคคล และจากสำนักงานประกันสังคม โดยสำนักงานฯ จะพิจารณาตรวจสอบ หลักฐานจากใบเสร็จรับเงินตัวจริงที่ผู้ประกันตนสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ไปก่อน ส่วนกรณีที่ไม่มีใบเสร็จตัวจริงจะต้องขอสำเนาใบเสร็จพร้อมตราประทับโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเท่านั้นจึงจะสามารถเบิกคืนได้
นายสุรินทร์กล่าวว่า ตลอดระยะ เวลา 18 ปี ของการเป็นหน่วยงานที่ดูแล ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สปส.ได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อมุ่งเน้นสร้างหลักประกันชีวิตให้ลูกจ้าง ผู้ประกันตนสามารถดำรงชีวิต อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2548-2551 ได้มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ใน 4 กรณี ได้แก่ กรณีสงเคราะห์บุตร ได้ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรให้แก่ผู้ประกันตนไม่น้อยกว่า 12 เดือนก่อนเดือนที่ได้รับสิทธิ ผู้ประกันตนสามารถขอรับเงินสงเคราะห์บุตร จากเดิมเดือนละ 250 บาท มาเป็นเดือนละ 350 บาทต่อบุตร 1 คน
กรณีทันตกรรมปรับเพิ่มอัตราค่าบริการทางทันตกรรมกรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูนให้แก่ผู้ประกันตน ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นจากเดิมในอัตราครั้งละไม่เกิน 200 บาท ปีละไม่เกิน 400 บาท มาเป็นในอัตราครั้งละไม่เกิน 250 บาท ปีละไม่เกิน 500 บาท กรณี คลอดบุตรปรับเพิ่มเหมาจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 เดือน ก่อนเดือนที่มีการคลอดบุตร ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าคลอดบุตร จากเดิมในอัตรา 6,000 บาทต่อการคลอดหนึ่งครั้ง มาเป็นในอัตรา 12,000 บาทต่อการคลอดหนึ่งครั้ง
กรณีตายปรับเพิ่มค่าทำศพให้แก่ ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่ น้อยกว่า 1 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย ผู้จัดการศพสามารถขอรับค่าทำศพ จากเดิม 30,000 บาท มาเป็น 40,000 บาท เพื่อเป็นค่าจัดการศพเมื่อผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2550
|