|
|
ประกันชีวิตล้ม MOU ขายผ่านโทรศัพท์
|
|
็ืแก้ไกด์ไลน์ตามคปภ.แนะก่อนออกกฎคุม
ส.ประกันชีวิตไทยล้มเซ็น MOU ขายผ่านโทรศัพท์ หลังได้ข้อสรุปร่วมกับคปภ. และคปภ.เตรียมออกประกาศกำหนดการขายผ่านช่องทางต่างๆ เป็นลายลักษณ์อักษรเร็วๆ นี้ เผยเร่งปรับแก้ไกด์ไลน์ หวังคุมเข้มลดปัญหาร้องเรียน หลังคปภ.ระบุชัดมีปัญหามากที่สุด ชี้มีปรับแก้หลายข้อ สำคัญสุดให้ลูกค้าคอนเฟิร์มกลับยืนยันการซื้อ เพิ่มระยะเวลาพิจารณากรมธรรม์ (Free Look) จาก 15 วัน เป็น 30 วัน เพิ่มโทร.หาลูกค้าวันเสาร์ได้ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. พร้อมห้ามติดต่อผู้มุ่งหวังที่ไม่ประสงค์ซื้อภายใน 6 เดือนนับแต่คปภ.แจ้งรายชื่อให้ทราบ
แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า สมาคมฯ ได้นำเสนอแนว ทางการขายประกันชีวิต (ไกด์ไลน์) ผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) ฉบับปรับ ปรุงใหม่ล่าสุด เพื่อประกอบการพิจารณาในวันประชุม แนว ทางกำกับดูแลธุรกิจประกันชีวิต รวมถึงทิศทาง และรูปแบบกำกับดูแลธุรกิจประกันชีวิตในปี 2552 ที่รร.ปาร์ค นายเลิศ เมื่อ 26 สิงหาคม 2551 ที่ผ่านมา ซึ่งทางคปภ.ได้เพิ่มเติม และแก้ไขใน 2 ประเด็นด้วยกัน คือ เสนอแนะให้มีการยืนยันกลับ (Reconfirmation) จากลูกค้าอีกครั้งก่อนที่จะออกกรมธรรม์ และการขยายระยะเวลาในการพิจารณากรมธรรม์ (Free Look Period) จาก 15 วัน
เป็น 30 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับรอบของบัตรเครดิตในแต่ละเดือน โดยทางสมาคมฯ มอบหมายให้คณะอนุกรรมการ การตลาดแบบตรง แจ้งให้กับสมาชิกทราบ พร้อมกับรีวิวไกด์ไลน์ที่จัดทำขึ้นมา อีกครั้ง เพื่อให้สมาชิกได้ช่วยกันปรับปรุงให้เกิดระบบการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ตาม ที่คปภ.ได้นำเสนอมา
ที่ผ่านมาคปภ.แจ้งให้เราทราบว่า ข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการขายผ่านโทรศัพท์ที่เข้าไปยังสายด่วนคปภ.มีเยอะมาก แต่ไม่ได้ระบุจำนวน ดังนั้นทางสมาคมฯ จึงต้องรีบนำข้อเสนอแนะเหล่านี้มาหารือกันในสมาคมฯ โดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมาย ที่การลดข้อร้องเรียนให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
สำหรับแนวทางการขายประกันชีวิต ผ่านทางโทรศัพท์ ที่ได้มีการแก้ไขล่าสุด และการปรับปรุงเพิ่มเติมตามที่ได้หารือกับคปภ. จากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ข้อ ได้เพิ่มเป็น 7 ข้อ โดย 2 ข้อที่เพิ่มเติมเข้ามา คือ
1.การเสนอขายผ่านทางโทรศัพท์จะกระทำได้เฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนให้เสนอขายผ่านทางช่องทางนี้ได้เท่านั้น เว้นแต่กรมธรรม์ประกันภัยที่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนก่อนหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย ที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) มีผลบังคับ และเพิ่มเติมข้อ 7. ว่ากรณีที่บริษัทได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หรือสมาคมประกันชีวิตไทย ถึงรายชื่อผู้มุ่งหวังที่ไม่ประสงค์ให้ติดต่ออีกต่อไป บริษัทจะต้องไม่ติดต่อทำการเสนอขายประกันชีวิตทางโทรศัพท์กับบุคคลนั้น ภายในระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขในเรื่องของช่วงเวลาในการติดต่อผู้มุ่งหวังในข้อ 6.3 จากเดิมที่กำหนดให้ติดต่อผู้มุ่งหวังได้เฉพาะวันจันทร์-ศุกร์เวลา 08.30-19.00 น. เท่านั้น ก็เพิ่มเป็นวันเสาร์เวลา 09.00-16.00 น. ได้ด้วย ยกเว้นกรณีที่ได้มีการนัดหมาย โดยความยินยอมของผู้มุ่งหวัง
และล่าสุดภายหลังจากการหารือกับคปภ. ก็จะแก้ไขในส่วนของระยะเวลาพิจารณากรมธรรม์ ขยายจาก 15 วันเป็น 30 วัน และเพิ่มเติมอีกข้อในเรื่องของการยืนยันกลับของผู้มุ่งหวัง หลังจากได้ตกลงซื้อประกันแล้ว เพื่อที่จะให้ไกด์ไลน์ดังกล่าวมีระบบควบคุมที่เข้มงวด
ด้านนางคมคาย ธูสรานนท์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คณะกรรม การคปภ. (บอร์ดคปภ.) ให้ข้อเสนอแนะว่าการเสนอ ขายฝ่ายช่องทางนี้ ควรเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขณะเดียว กันต้องคุ้มครอง สิทธิประโยชย์ต่อประชาชนด้วย
ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเข้ามาอีก 2 ข้อ ดังกล่าว คือ ควรที่จะต้องมีระบบการยืนยันตอบกลับจากผู้มุ่งหวัง เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิอีกชั้นหนึ่งในระบบการตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ผู้มุ่งหวังได้ทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง และเพื่อให้ ผู้มุ่งหวังมีระยะเวลาทบทวนอย่างชัดเจนในการซื้อกรมธรรม์ จึงได้มีการขยายระยะเวลาในการพิจารณาซื้อกรมธรรม์ (Free Look Period) จาก 15 วันเป็น 30 วัน
ทั้งนี้ ทางคปภ.จะนำเสนอให้บอร์ดคปภ.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะนำเสนอได้ภายในเดือนหน้า จากนั้นจึงจะนำมาหารือกับเอกชนอีกครั้ง ก่อนที่จะออกเป็นประกาศคณะกรรมการคปภ. โดยจะออกเป็นประกาศฉบับเดียวกันกับการขายผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆ ที่คปภ. กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดกฎเกณฑ์การจำหน่ายอยู่ในขณะนี้
ด้านนายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคม ประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เมื่อคปภ. เตรียมจะออกประกาศเรื่องแนวทางการขายประกันชีวิตผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว คงไม่จำเป็นที่สมาคมฯ จะต้องมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างบริษัทสมาชิก ในการใช้ไกด์ไลน์ หรือแนว ทางการขายประกันชีวิตผ่านโทรศัพท์อีก เพราะเมื่อประกาศออกมาก็เท่ากับเป็นการบังคับให้ทุกบริษัทปฏิบัติตามอยู่แล้ว
|
| |
|
| |
back |
| |
| |
|