็ื6 เดือนโตสุดขีด17%เบี้ย889ล./พรูเด็นเชียลแชมป์
ปิดหีบครึ่งปีแรก ตัวแทนยังแชมป์ผลิตเบี้ยประกันชีวิต
ครองมาร์เก็ตแชร์ถึง 61.07% เบี้ยโตกว่าปีที่แล้ว 9% กวาดไป 10,836 ล้านบาท ตามติดด้วยแบงก์แอสชัวรันส์ ที่กลับมาโตบวก 11% หลังจากติดลบ 7% ในช่วงไตรมาสแรก แบ่งมาได้ 31.99% เบี้ย 5,678 ล้านบาท 13 ค่ายโกยเบี้ย เป็นระวิง เผยคึกคักที่สุดยกให้เทเลมาร์เก็ตติ้ง เหตุ 16 ค่ายไล่บี้กันไม่เลิก โดย เฉพาะท็อปทรีของตลาดนี้เชือดกันมันส์หยด ยกนี้ พรูเด็นเชียล แชมป์ ผลช่องนี้กวาดเบี้ยไป 889 ล้านบาท โตลิ่ว 17% ครองส่วนแบ่งไป 5.01%
สมาคมประกันชีวิตไทย รายงานสถิติผลงานเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ ซึ่งเป็นตลาดหลักของธุรกิจประกันชีวิต แยกตามช่องทางจำหน่าย ต่างๆ 9 ช่องทางหลักในช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2551) ว่า ช่องทางตัวแทน (Agent) ยังคงมีสัดส่วนเบี้ยเข้ามามากที่สุด ด้วยจำนวน เบี้ยปีแรก (FYP) ประเภทสามัญ ที่เข้า มาผ่านช่องทางนี้ถึง 10,836.156 ล้าน บาท คิดเป็นสัดส่วน 61.07% ของเบี้ยปีแรก ประเภทสามัญทั้งหมดที่มีเข้ามาช่วงครึ่งปีแรก 17,743.821 ล้าน บาท รองลงมาได้แก่ ช่องทางขายผ่านธนาคาร หรือแบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) สัดส่วน 31.99% ด้วยเบี้ยจำนวน 5,676.976 ล้านบาท, ช่องทางขายทางโทรศัพท์ หรือเทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) สัดส่วน 5.01% ด้วยเบี้ยจำนวน 888.706 ล้านบาท,
ช่องทางลูกค้าองค์กร หรือเวิร์กไซต์ มาร์ เก็ต ติ้ง (Worksite Marketing) สัดส่วน 1.71% ด้วยเบี้ยจำนวน 304.174 ล้านบาท, ช่องทางนายหน้า หรือโบรกเกอร์ (Broker) สัดส่วน 0.1% เป็นเบี้ยจำนวน 18.212 ล้านบาท, ช่องทางขายตรงผ่านไปรษณีย์ หรือไดเรกต์ เมล์ (Direct Mail) สัดส่วน 0.09% เป็นเบี้ยจำนวน 16.127 ล้านบาท, ช่องทางอื่นๆ (Other) สัดส่วน 0.02% เป็นเบี้ยจำนวน 3.188 ล้านบาท ส่วน ช่องทางขายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ (Post office) มีสัดส่วนเบี้ยเข้ามาไม่ถึง 1% ด้วยจำนวน 281,860 บาท และช่องทางซื้อตรงกับบริษัท หรือวอล์ก อิน (Walk In) ไม่มีเบี้ยเข้ามาเลย
ทั้งนี้ หากพิจารณาการเติบโตของช่องทางจำหน่ายต่างๆ ในช่วงครึ่งปีแรก 2551 นี้ เฉพาะในส่วนของ 3 ช่องทางจำหน่ายที่มีเบี้ยเข้ามามากที่สุดนั้น ปรากฏ ว่า ช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง มีการเติบโตได้ดีที่สุดถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีเบี้ยเข้ามา 888.706 ล้านบาท เทียบกับ 756.675 ล้าน บาท ในช่วงเดียวกันของปี 2550 ขณะที่ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์เติบโตได้ดีในอันดับรองลงมา 11% เมื่อเทียบเบี้ย 5,676.976 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก 2551 กับเบี้ย 5,091.984 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก 2550 ซึ่งถือว่าการเติบโตของแบงก์แอสชัวรันส์กลับมาเป็นบวกอีกครั้งหลังจากที่ช่วงไตรมาสแรกเติบโตติดลบ 7% และช่องทางตัวแทน แม้จะทำเบี้ยได้มากที่สุด แต่เติบโตได้ 9% เมื่อเทียบเบี้ย 10,836.456 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก 2551 นี้ กับเบี้ย 9,938.690 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก 2550 ตามลำดับ
ซึ่งสอดคล้องกับภาวะตลาดในปัจจุบันที่ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และช่องทางเลเลมาร์เก็ตติ้งเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยทุกธนาคารพาณิชย์ต่างก็มีพันธมิตรบริษัทประกันชีวิตคอยวางสินค้า ขายอยู่แบงก์ ขณะที่เทเลมาร์เก็ตติ้ง กลาย เป็นช่องทางที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนทำงานในยุคนี้ และยังเป็นช่องทางขาย ที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่ำกว่าเมื่อเทียบกับช่องทางตัวแทน จึงทำให้บริษัทประกันชีวิตต่างก็เปิดช่องทางนี้กันมากขึ้น โดยขณะนี้มีถึง 16 บริษัท แต่กระนั้นสัดส่วนของเบี้ยก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะ ตัวแทนยังคงสร้างเบี้ยได้มากเป็นอันดับ 1 และสัดส่วนก็ยังใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่ช่องทางตัวแทนมีสัดส่วนอยู่ที่ 61.01% เทียบกับปีนี้อยู่ที่ 61.07% ส่วนช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ สัดส่วนอยู่ที่ 31.26% เทียบกับปีนี้อยู่ที่ 31.99% และช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้งอยู่ที่ 4.64% เทียบกับปีนี้อยู่ที่ 5.01%
อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่อง ทางไดเรกต์ เมล์ มีการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทั้ง 9 ช่องทาง โดยเติบโตได้ถึง 293% เมื่อเทียบเบี้ยจำนวน 16.127 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก 2551 นี้กับเบี้ย 4.104 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ที่การเติบโตถดถอยลงไป คือ ช่องทางขายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ และช่องทางเวิร์กไซต์ฯ ที่เติบโตติดลบ 79% และ 7% ตามลำดับ
ส่วนแง่ของการแข่งขันในช่องทางจำหน่ายต่างๆ ยังคงคึกคักไม่เปลี่ยน โดย ช่องทางตัวแทนนั้น ในช่วงครึ่งปีแรก 2551 เอไอเอ หรือ บ. อเมริกัน อินเตอร์แนช ชั่นแนล แอสชัวรันส์ จก. ยังคงเป็นอันดับ 1 ด้วยเบี้ยปีแรกประเภทสามัญผ่านช่องทางนี้ 4,255.905 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันดับ 2 ยังเป็นของบ. ไทยประกันชีวิต จก. ด้วยเบี้ยจำนวน 2,278.566 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10% อันดับ 3 เป็นของบ. กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต จก. มีเบี้ยจำนวน 795.355 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 29% อันดับ 4 เป็นของ เอเอซีพี หรือบมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ด้วยเบี้ยจำนวน 733.708 ล้านบาท เติบโตติดลบ 3% และอันดับ 5 เป็นของบ. เมืองไทยประกันชีวิต จก. มีเบี้ย 686.336 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 5% ตามลำดับ
ส่วนช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ เป็น ที่น่าสังเกตว่า ทั้ง 13 บริษัทที่เปิดช่องทางนี้ ในช่วงครึ่งปีแรก 2551 ส่วนใหญ่มีการเติบโตต่อเนื่อง ยกเว้น 5 บริษัทที่เติบโตติดลบ คือ อันดับ 1 ของช่องทางนี้ อย่างบมจ.ไทยพาณิชย์นิวยอร์กไลฟ์ประกันชีวิต เติบโตลดลงเล็กน้อยไม่ถึง 1% ด้วยเบี้ยจำนวน 1,646.721 ล้านบาทเทียบกับ 1,647.717 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา, อันดับ 3 ของช่องทางนี้อย่างเมืองไทยประกันชีวิต เติบโตติดลบ 39% ด้วยเบี้ยจำนวน 998.225 ล้านบาท เทียบกับ 1,647.186 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา, อันดับ 6 ของช่องทางนี้อย่างเอเอซีพี เติบโตติดลบ 48% ด้วยเบี้ยจำนวน 213.995 ล้านบาท เทียบกับ 409.210 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา, อันดับ 11 ของช่องทางนี้อย่างบ. ไทยคาร์ดิฟ ประกันชีวิต จก. เติบโตติดลบ 91% มีเบี้ย 56.957 ล้านบาท เทียบกับ 617.553 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และอันดับ 12 ของช่องทางนี้อย่างบมจ.มิลเลียไลฟ์อินชัวรันส์ (ประเทศไทย) เติบโตติดลบ 2% ด้วยเบี้ย 30.174 ล้านบาท เทียบกับ 30.874 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตามลำดับ
ด้านช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมี 16 บริษัทด้วยกันที่เปิดช่องทางนี้ โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2551 นี้ การแข่งขันยังคงเข้มข้น โดยเฉพาะอันดับท็อปทรีของตลาดนี้ ปรากฏว่า บมจ.พรูเด็นเชียลประกันชีวิต (ประเทศไทย) สามารถคว้าอันดับ 1 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยเบี้ยจำนวน 163.981 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันดับ 2 ตกเป็นของบ. เจนเนอราลี่ ประ กันชีวิต (ไทยแลนด์) จก. ด้วยเบี้ยจำนวน 157.576 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 25% ปล่อยให้อันดับ 3 เป็นของบ. ไอเอ็นจีประ กันชีวิต จก.ที่แผ่วลงไป ด้วยเบี้ยจำนวน 150.498 ล้านบาท เติบโตติดลบ 9% ตามลำดับ
|