|
|
เผยโฉมประกันดีเด่นปี50ก.ย.นี้ |
|
็ืเอกชนคลั่งรางวัลตั้งทีมแย่งเพิ่มเครดิตการค้า
จันทรา ถือฤกษ์ดีก.ย.ครบรอบสถาปนาคปภ.ครบ 1 ปีประกาศรางวัลบริษัทประกันดีเด่นปี50 ณ ทำเนียบรัฐบาล เชิญ นายกสมัคร เป็นผู้มอบ ระบุเกณฑ์พิจารณายึดของเดิมทั้งหมดทั้งคะแนน ฐานะการเงิน ประสิทธิภาพ บริหารงาน บำเพญประโยชน์เพื่อสังคม คาดปีหน้าเกณฑ์พิจารณาเปลี่ยนหลังใช้ระบบกำกับแนวใหม่เตือนภัยล่วงหน้า ด้านเอกชนคึกคักซุ่มเตรียมความพร้อม อุตลุด หลายค่ายถึงขั้นตั้งทีมดูเรื่องนี้โดยแฉพาะ หวังแย่งรางวัลเพื่อเพิ่มเครดิตทางการค้า
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจ ประกันภัยกำหนดจัดงานมอบราง วัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่นประจำปี 2550 ประมาณปลาย เดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นเดือนครบรอบการสถาปนา
สำนักงานคปภ.ครบ 1 ปีพอดี โดยจะเชิญ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีมาเป็นผู้มอบเหมือนปีก่อนหน้า ซึ่งงานจะจัดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล
สำหรับเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกยังคงยึดเกณฑ์เดิมของปี 2549 เริ่มพิจารณา จากฐานะของบริษัทก่อน เป็นลำดับแรก หากเป็นบริษัทประกันชีวิตต้องดำรงเงินกองทุนครบถ้วนตามกฎหมายคือ 50 ล้าน บาท มีสินทรัพย์ลงทุนไม่น้อยกว่าเงินสำรองประกันภัย ขณะที่ประกันวินาศภัยก็เช่นเดียวกันนอกจากจะต้องดำรงเงินกอง ทุนตามกฎหมายกำหนดคือ 30 ล้านบาทแล้วต้องจัดสรรทรัพย์สินไว้เป็นเงินสำรอง เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดและมีสภาพคคล่องเป็นไปตามหลักการประกันภัย และต้องไม่ถูกลงโทษจากคณะกรรม การเปรียบเทียบปรับคดีความผิดทั้งกรณีประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเงินกองทุนติด ลบหรือสภาพคล่องได้ตามระยะเวลา ที่กำหนด
ลำดับที่ 2 พิจารณาเรื่องของประสิทธิภาพการบริหารงาน โดยพิจารณา จากอัตราส่วนทางการเงินของธุรกิจประกันภัยทั้งหมด 100 คะแนน ซึ่งมีการแบ่งซอยตามส่วนต่างๆ เช่น ในส่วนของประกันชีวิตแบ่งเป็นอัตราส่วนความมั่นคงทางการเงิน 40% หรือ 40 คะแนน ประกอบด้วยอัตราส่วนความมั่นคงทาง การเงิน 15% อัตราส่วนการคุ้มครองผู้เอาประกันภัย 10% จำนวนเงินกองทุนส่วนเกิน 15% ส่วนอีก 30% หรือ 30 คะแนนพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพในการ ดำเนินธุรกิจ แบ่งเป็นอัตราส่วนผลตอบ แทนจากการลงทุน 5% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยต่อเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ 5% อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 5% อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ 5% อัตราส่วนการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 5% อัตราส่วนความคงอยู่ของกรมธรรม์ 5% อีก 20% หรือ 20 คะแนน
ประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ 20% แบ่งเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ย 10% อัตราส่วน สินทรัพย์ที่ได้รับการประเมินราคาต่อสินทรัพย์รวม 5% อัตราส่วนสินทรัพย์ลงทุนต่อสินทรัพย์รวม 5% และ 10% หรือ 10 คะแนนสุดท้ายเป็นเรื่องของประสิทธิ ภาพด้านการตลาด คือ จำนวนเบี้ยประกัน ภัยรับสุทธิ
ส่วนประกันวินาศภัย 100 คะแนนประกอบด้วย ความมั่นคงทางการเงิน 40% แบ่งเป็นอัตราส่วนความมั่นคงทางการเงิน 10% อัตราส่วนสินทรัพย์ที่จัดสรรเป็นเงินสำรองได้ต่อเงินสำรองที่ต้องจัดสรรตามกฎหมาย 5% อัตราส่วนสภาพคล่อง 10% จำนวนเงินกองทุนส่วนเกิน 15% ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ 30% แบ่งเป็นอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน 6% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย 6% อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย 6% อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้ 6% อัตราส่วนการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 6% ประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ 20% แบ่งเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวม 10% อัตราส่วนสินทรัพย์รวมที่ได้รับการประเมินราคาต่อสินทรัพย์รวม 5% อัตราส่วนผลการประเมินราคาเบี้ยประกันภัยค้างรับ 5% และประสิทธิภาพ ด้านการตลาด พิจารณาจากจำนวน เบี้ยประกันภัยสุทธิ 10%
อย่างไรก็ดี คะแนนทั้งหมดจะหักด้วยข้อลบในเรื่องต่างๆ ทั้งหมด 40 คะแนน แบ่งเป็นการถูกลงโทษจากคณะกรรมการ เปรียบเทียบปรับในคดีความผิดดังต่อไปนี้ คือ ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ 5 คะแนน ส่งรายงานประจำปีล่าช้า 5 คะแนน ส่งรายงานประจำเดือนล่าช้า 5 คะแนน กระทำการเปิดสาขาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน 5 คะแนนและใช้กรมธรรม์ประกันภัยหรือเบี้ยประกันภัยโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียนอีก 5 คะแนนรวมทั้งหมด 25 คะแนน อัตราส่วนจำนวนเรื่องร้องเรียนต่อกรมกรมการประกันภัยสูงกว่าค่าเฉลี่ย ของธุรกิจหักอีก 10 คะแนน และคะแนนด้านการบริการรับประกันภัยไม่ครบทุกประเภทหักอีก 10 คะแนน
ส่วนเกณฑ์พิจารณาขั้นตอนสุดท้าย เป็นคะแนนด้านการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชน 40 คะแนน อาทิ การออกกรมธรรม์ที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน การให้ความช่วยเหลือสังคม การมีส่วนร่วมในการป้องกันอุบัติภัย รางวัลต่างๆ ที่ได้รับทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งในขั้นตอนนี้ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการได้เพิ่มด้าน ธรรมาภิบาล เข้ามาด้วย เช่นระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบ รวมถึงการเพิ่มจำนวนรางวัลมากขึ้น โดยมีรางวัลชมเชยเพิ่มเข้ามา เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ทำประโยชน์ เพื่อสังคม และพยายามปรับปรุงประ สิทธิภาพในการทำงานมีกำลังใจที่จะทำสิ่งดีๆ ต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีรางวัล บริษัทผู้บำ เพ็ญประโยชน์ต่อการพัฒนาธุรกิจ อีก 2 รางวัล ซึ่งกรมการประกันภัยเป็นผู้คัดเลือกเอง แยกต่างหากจากรางวัลบริษัทประกันภัยบริหารงานดีเด่น โดยการคัดเลือกบริษัทดีเด่นจะมีคณะกรรมการคัดเลือกประกอบด้วย เลขาธิการคปภ. รองเลขาธิการทั้ง 3 ท่าน นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นายกสมาคมประกันวินาศภัย นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิต และนายกสมาคมนายหน้าประกันภัยร่วมกันพิจารณา
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากใช้เกณฑ์ พิจารณาเกณฑ์เดิมแล้ว จำนวนรางวัลยังคงเท่าเดิม โดยเกณฑ์พิจารณาอาจจะเปลี่ยนไปในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าหลังจากสำนักงานคปภ.ปรับกติกาการกำกับดูแลบริษัทประกันภัยตามแนวทางใหม่ที่เรียกว่าระบบเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งจะนำอัตราส่วนการเงินต่างๆ มาประเมินฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทเพื่อจัดกลุ่มบริษัทตามสีที่บ่งบอกถึงความมั่นคง ก่อนใช้กฎดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risbbased Capital : RBC) ในปี 2553
อย่างไรก็ดี ก่อนประกาศผลบริษัทดีเด่น ทางบริษัทประกันภัยมีความเคลื่อน ไหวค่อนข้างคึกคัก หลายบริษัทให้ความสำคัญกับรางวัลดังกล่าวถึงขั้นตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงรางวัลดังกล่าวมาครอบครองเพราะหมายถึงเครดิตทางการค้าและความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน
อนึ่ง นอกจากรางวัลบริษัทประกันดีเด่นแล้ว ในวันเดียวกันยังมีการมอบรางวัลตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น รางวัลตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพ ดีเด่น รางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่นและรางวัลนายหน้าประกันวินาศภัยนิติบุคคลคุณภาพ ดีเด่น
|
| |
|
| |
back |
| |
| |
|