:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หนัาแรก  | ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  ตลาดประกันตจว.โตทุกพื้นที่

็ืเพชรบุรีมาแรงรองจากกทม./นราธิวาสคนซื้อน้อยสุด

ปลื้มอัตราทำประกันชีวิตสูงขึ้นต่อเนื่อง เผยปี 2550 ยอดถือกรมธรรม์แตะ 23.74% สูงกว่าปีก่อนหน้าอยู่ที่ 21.98% ระบุสูงขึ้นทั่วประเทศ “กรุงเทพฯ” ยังครองแชมป์อัตราซื้อสูงสุดถึง 68.80% ขณะ “นราธิวาส”

ยังครองตำแหน่งบ๊วย ซื้อแค่ 4.51% ด้านสมาคมประกันชีวิตไทยคาดปีนี้ยอดถือกรมธรรม์แตะ 25% เหตุแข่งขันยังแรง พร้อมปัจจัยหนุนสินค้าใหม่ๆ และการเพิ่มลดหย่อนภาษีเป็น 100,000 บาท ดันเบี้ยฐานผู้ซื้อโต

ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิตยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขการเติบโตในปี 2551 นี้นับว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะสะท้อนให้เห็นชัดว่าสามารถที่จะฝ่าปัจจัยลบต่างๆ มาได้ ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อัตราเงิน เฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลต่อค่าครองชีพ ที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และทำให้คนระมัดระวังการใช้จ่าย แต่การซื้อประกัน ชีวิตก็ยังคงเติบโตเป็นบวกและผลงานล่าสุดช่วงครึ่งปีแรกปีนี้เบี้ยปีแรก (FYP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเบี้ยใหม่ (New Code) ก็ยังเติบโตได้ถึง 10%

และหากย้อนกลับไปในปี 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นปีที่การขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิตอยู่ในอัตราสูงในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเบี้ยปีแรกเติบโตได้ถึง 32% และเบี้ยรวมเติบโตได้ 16% ชี้ให้เห็นว่าคนไทยตื่นตัวกับการทำประกันชีวิตอย่างมาก และย่อม หมายถึงอัตราการถือครองกรมธรรม์ของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ระบุว่า ในปี 2550 ที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตมีจำนวนกรมธรรม์ที่มีผลบังคับหรือมีจำนวนคนที่ทำประกันชีวิต ทั้งสิ้น 14,966,026 รายหรือคิดเป็นอัตราส่วน 23.74% ของจำนวนปร ะชากร ไทยทั้งหมดที่มีอยู่ราว 63,038,247 คน ซึ่งเป็นอัตราการถือครองกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2549 ก่อน หน้าที่อัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 21.98% ด้วยจำนวนผู้ทำประกันชีวิต 13,812,281 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 62,828,706 คนในปีนั้น

อย่างไรก็ดี พื้นที่ภาคกลาง 25 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีผู้ถือกรมธรรม์มากที่สุดถึง 8,177,135 ราย คิดเป็นสัดส่วน 54.64% ของจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมดของประเทศ และคิดเป็นอัตราส่วน 39.33% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 20,788,688 คนในพื้นที่ภาคกลาง แต่หากเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศคิดเป็นสัดส่วนเพียง 12.97% เท่านั้น

รองลงมาได้แก่ ภาคอีสาน หรือภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของไทยที่กินพื้นที่ 19 จังหวัด ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมดของไทย โดย ในปี 2550 ที่ผ่านมาภาคอีสานมีจำนวนประชากรทั้งหมด 21,385,647 คน มีผู้ทำ ประกันชีวิตทั้งสิ้น 3,290,506 รายคิดเป็น อัตราการทำประกันชีวิต 15.39% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในภูมิภาคนี้ และ คิดเป็นสัดส่วน 21.99% ของจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมดของประเทศ แต่หาก เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ แล้วคิดเป็นอัตราส่วนเพียง 5.12% เท่านั้น

ตามด้วยภาคเหนือ ซึ่งกินพื้นที่ 18 จังหวัด ตั้งแต่อุทัยธานีขึ้นไป ในปี 2550 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งสิ้น 2,216,392 รายคิดเป็นอัตราส่วน 18.15% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 12,209,081 คนในพื้นที่ภาคเหนือ หรือคิดเป็นสัดส่วน 14.81% ของจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมดของประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 3.52% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ

ส่วนภาคใต้ ซึ่งกินพื้นที่ 14 จังหวัด ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีลงไปจนถึงนราธิวาส ในปี 2550 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งสิ้น 1,281,993 รายคิดเป็นอัตราส่วน 14.81% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 8,654,831 คนในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.57%ของจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมดของประเทศ และเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2.03% เท่านั้น

ทั้งนี้ ถือว่าอัตราการถือครองกรมธรรม์ในแต่ละภาคของประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เห็นได้ชัดหากเทียบอัตราการถือครองกรมธรรม์แต่ละภาคในปี 2550 กับปี 2549 ซึ่งภาคกลางมีอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 35.74% เมื่อ เทียบกับจำนวนประชากรของทั้งภาคนี้ เช่นเดียวกับภาคอีสานอัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 14.50% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดของภาคนี้ ภาคเหนืออัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 16.85% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในภาคนี้ และภาคใต้อัตราการถือครองกรมธรรม์อยู่ที่ 13.45% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดในภาคนี้ ตามลำดับ

เมื่อแยกพิจารณาเฉพาะอัตราการทำประกันของแต่ละจังหวัด โดยเทียบจำนวนผู้ถือกรมธรรม์กับจำนวนประชากร ในจังหวัดนั้นๆ ปรากฏว่า ในปี 2550 ที่ผ่านมา จังหวัดที่มีอัตราการทำประกันสูงส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ยกเว้นเพียงภูเก็ตซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ที่ถือเป็นพื้นที่มีการทำประกันชีวิตน้อยที่สุด แต่ยังติดกลุ่มอยู่ในอันดับ 4 ของประเทศ ด้วยอัตราผู้ถือกรมธรรม์ 39.57% โดยมีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ทั้งหมด 124,837 ราย จากจำนวนประชากรทั้งหมด 315,498 คนในจังหวัดนี้

ส่วนอันดับ 1 คือ กรุงเทพมหานคร มีอัตราการทำประกันชีวิต 68.80% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 3,932,800 รายเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 5,716,248 คนในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 63.22% ในปี 2549 รองลงมา อันดับ 2 ได้แก่ เพชรบุรีมีอัตราการทำประกันชีวิต 43.95% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 200,419 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 456,061 คนในจังหวัดนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 30.55% ในปี 2549, อันดับ 3 ได้แก่

สมุทรสงคราม มีอัตราการทำประกันชีวิต 40.99% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 79,613 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 194,212 คนในจังหวัดนี้ ซึ่ง เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 28.89% ในปี 2549 และอันดับ 5 ได้แก่ ชลบุรี มีอัตราการทำประกันชีวิต 37.50% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 462,569 รายเทียบ กับจำนวนประชากรทั้งหมด 1,233,446 คน ในจังหวัดนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ กับ 34.54% ในปี 2549 และตามลำดับ

ขณะที่จังหวัดที่มีอัตราการทำประกันชีวิตต่ำที่สุด ในปี 2550 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ โดย

อันดับ 1 คือ นราธิวาส ด้วยอัตราเพียง 4.51% โดยมีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์เพียง 32,106 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 711,517 คนในจังหวัดนี้ แต่ยังถือเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 4.00% ในปี 2549 รองลงมา

อันดับ 2 ได้แก่ ปัตตานี ด้วยอัตราการทำประกันชีวิตเพียง 7.60% โดยมีจำนวนผู้ถือกรมธรรม์เพียง 48,446 รายเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 637,806 คนในจังหวัดนี้ และเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 7.13% ในปี 2549,

อันดับ 3 ขึ้นมาที่ภาคเหนือ คือ เพชรบูรณ์ มีอัตราการทำประกันชีวิตเพียง 9.60% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 95,743 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 997,531 คนในจังหวัดนี้ แต่ก็ยังเป็นอัตราที่เพิ่ม ขึ้นเมื่อเทียบกับ 8.77% ในปี 2549,

อันดับ 4 กลับมาที่ภาคใต้ คือ สตูล มีอัตราการทำประกันชีวิตเพียง 9.97% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 301,958 รายเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 1,324,915 คน ในจังหวัดนี้ ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบ กับ 8.05% ในปี 2549

อันดับ 5 ได้แก่ ยะลา มีอัตราการทำประกันชีวิตเพียง 10.15% ด้วยจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ 47,754 ราย เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด 470,691 คนในจังหวัดนี้ และเป็นอัตราที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับ 9.26% ในปี 2549 ตามลำดับ

สำหรับในปี 2551 นี้ สมาคมประกันชีวิตไทย คาดการณ์ว่าอัตราการถือครองกรมธรรม์ต่อจำนวนประชากรน่าจะสูงขึ้นเป็น 25% เนื่องจากการขยายตัวของธุรกิจที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมีการแข่งขันกันออกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงจูงใจจากการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดาของเบี้ยประกันชีวิตเป็น 100,000 บาท ออกมานำเสนอประชาชนกันอย่างมากในปีนี้

โดยคาดว่าเบี้ยประกัน จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 2 เท่าของจีดีพี หรือ 10% และหากดีกว่านั้นอาจจะสูงถึง 15% ด้วยเบี้ยรวมประมาณ 230,000 ล้านบาท ซึ่งหากประเมินตามสถาน การณ์ที่ยอดถือครองกรมธรรม์ในปี 2550 อยู่ที่ 23.74% แล้ว ก็น่าจะถึง 25% ตามคาดเช่นกัน

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com