|
|
ประกันไทยตั้งพูลรับงานตปท.
|
|
หลังคว้าเมกะโปรเจกต์5หมื่นล.
ประกันโครงการเมกะโปรเจกต์แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติมูลค่ากว่า 5.7 หมื่นล้านบาท เริ่มสัญญาแล้ว 1 สิงหาที่ผ่านมา ยันเป็น โครงการสร้างชื่อประกันไทย แม้ค่าย ประกันถอดใจเกินครึ่ง
จากที่เคยแสดงความสนใจไว้ 22 บริษัทเหลือแค่ 8 บริษัทก็ตามอ้างไม่พร้อมประเมิน ความเสี่ยงยาก เบี้ย 100 ล้านบาทไทย-มาเลย์แบ่งคนละครึ่ง เผย บางกอกสหฯ ใจถึงรับประกันมากสุดสัดส่วนเหนือค่ายใหญ่ทิพยฯ-กรุงเทพ จับตา!สเต็ป 2 จับมือตั้งพูลรับประกันเมกะโปรเจคต์พลังงานทุกโครงการ ประกาศศักดาบริษัทไทยแข่งขันรับประกันงานเพื่อนบ้าน
ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายให้บริษัทประกันภัยของไทยเข้าไปรับประกันภัยโครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ระดับชาติที่เป็นความร่วมมือและมีการลงทุนคนละครึ่งระหว่างรัฐบาลไทย-มาเลเซียโดยอยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรร่วมระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่อ่าวไทยระหว่างเขตแดนไทยและมาเลเซียมีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,000 ตารางกิโลเมตร โดยรัฐบาลไทยต้องการให้บริษัทประกันของไทยเพิ่มการรับประกันภัยโครงการนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะมีบริษัทประกันภัยมาเลเซียรับประกันเกือบทั้งหมดเหมือนในปีที่ผ่านมาเพราะนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทไทยแล้วยังหมายถึงเบี้ยประกันที่จะได้เพิ่มขึ้นด้วย
นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า บริษัทประกันภัยที่เข้ารับประกันภัยโครงการนี้มีทั้งสิ้น 8 บริษัทจากเดิมที่เคยแสดงความสนใจไว้ถึง 22 บริษัทโดยเหตุผลที่หลายบริษัทตัดสินใจไม่เข้าร่วมเนื่องจากไม่พร้อมและอาจจะเห็นว่าเป็นความเสี่ยงรูปแบบใหม่ไม่มีประสบการณ์ ประเมินความเสี่ยงยาก
ทั้ง 8 บริษัทประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) 5.บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด 6.บริษัท จรัลประกันภัย จำกัด (มหาชน) 7.บริษัท กมลประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ 8. บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
สำหรับการรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติแบ่งการรับประกันภัยออกเป็น 2 ประเภทคือประกันภัยทรัพย์สินแท่นขุดเจาะมูลค่าทุนประกันทั้งสิ้น 1,719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 56,727 ล้านบาท) และประกันภัยความรับผิด (liability) ทุนประกัน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 990 ล้านบาท) เบี้ยประกันภัยรวมทั้งหมด 100 ล้านบาท บริษัทประกันภัยและมาเลเซียแบ่งกันคนละ 50% เฉพาะประกันภัยทรัพย์สินค่าเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 0.16% ต่อทุนประกัน ขณะที่ประกันความรับผิดระบุยากเพราะทางตลาดประกันภัยต่อต่างประเทศเป็นผู้โค้ดราคาเนื่องจากบริษัทไทยไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ โดยกรมธรรม์เริ่มสัญญาไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา
ค่าเบี้ยลดลงจากปีที่ผ่านมาเนื่องจาก ไม่มีเคลม มูลค่าการรับประกันภัยของทั้ง 8 บริษัทร่วมกันประมาณ 1% เศษของทุนประกันทั้งหมดถามว่ามากหรือน้อยหากเทียบกับโครงการขนาดใหญ่อื่นบอกยากเพราะเราไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ ที่มีประสบการณ์คงมีแค่ทิพยและกรุงเทพ ใน 8 บริษัท บางกอกสหรับประกันไว้มากสุด 0.4% ของทุนประกัน 1% เศษที่บริษัทไทยรับไว้ น้อยสุดคือกมลรับไว้ 0.009% ส่วนไทยพาณิชย์ 0.085% ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบริษัท
นายถนัดกล่าวว่า การรับประกันภัยโครงการนี้เป็นแนวโน้มที่ดีสำหรับวงการประกันภัยวินาศภัยไทยที่มีโอกาสเข้าไปรองรับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐมากขึ้นจากเดิมหากเป็นโครงการลักษณะนี้ฝั่งไทยทางทิพยฯจะเป็นผู้รับประกันเกือบ 100% ถือเป็นก้าวแรกที่บริษัทอื่นเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการรับประกันแม้จะมีแค่ 8 บริษัทก็ตาม
อีกทั้งยังเป็นการจุดประกายการเริ่มก้าวที่ 2 ซึ่งจะมีการหารือกันระหว่างบริษัทสมาชิกถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งกองกลาง รับประกันภัย (พูลหรือ Consortium) เพื่อรับประกันโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับพลังงานต่างๆ โดยเฉพาะ อาจจะมี 8 บริษัทหรือ บริษัทอื่นเข้าร่วมรับประกันมากกว่านั้น เหมือน กับทางมาเลเซียที่จะมีพูลชื่อว่า MERIC (Malasian Energy Risk Consortium) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของบริษัทประกันวินาศภัย 18 บริษัทในมาเลเซียเป็นพูลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับประกันภัยโครงการเกี่ยวกับพลังงานโดยเฉพาะอย่างกรณีแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติข้างต้นในที่ผ่านมาทาง MERIC เป็นผู้รับประกันอยู่
การจัดตั้งพูลจะทำให้ความสามารถในการรับประกันภัยของบริษัทไทยเพิ่มขึ้น มีการเกริ่นเรื่องนี้กับทางบริษัทสมาชิกไปบ้างแล้ว หลายบริษัทก็เห็นด้วย หากสามารถจัดตั้งเป็นพูลเหมือนที่มาเลเซียได้จะขยายความสามารถการรับประกันภัยของบริษัทไทยไปยังโครงการอื่นๆ ได้ ซึ่งการรับประกัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการในบ้านเราเท่านั้น หากมีกำลังรับประกันมากพอยังเข้าไปแข่งขันรับประกันงานของประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วยเป็นการดึงเม็ดเงินต่างประเทศเข้าไทยอีกทางหนึ่ง นายถนัด กล่าว ในที่สุด
|
| |
|
| |
back |
| |
| |
|