> คิดจากเบี้ยที่เกิน Q1 แถมบริษัทได้ส่วนลด
97 บริษัทประกันจ่ายเงินสมทบไตรมาสสองให้สำนักงานคปภ.แล้ว 160 ล้านบาท น้อยกว่าไตรมาสแรกจ่ายไปถึง 170 ล้านบาทเหตุระบบนำส่งค่าต๋ง ในไตรมาสสองคำนวณเฉพาะเบี้ยส่วนที่เกินจากไตรมาสแรก ยิ่งเบี้ยมากอัตราจัดเก็บยิ่งน้อย แถมได้ส่วนลดด้วย คปภ.หงุดหงิดครม.ให้ทุนประเดิมแค่ 100 ล้าน ทั้งที่มีพนักงานกว่า 500 คน เทียบกับสำนักงานคุ้มครองเงินฝาก มีคนแค่ 40 คน ได้ทุนประเดิมถึง 420 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรม การกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ในรอบไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทประกันภัยทั้งหมด 97 บริษัทได้นำส่งเงินสมทบให้กับสำนักงานคปภ. ตามที่กฎหมาย กำหนดแล้วเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 รวมเม็ดเงินประมาณ 160 ล้านบาทเมื่อเทียบกับ 170 ล้านบาทในไตรมาสแรก
สาเหตุที่ยอดเงินสมทบลดลงมาเนื่องจากอัตราเงินสมทบที่บริษัทต้องนำส่งลดลงเพราะยิ่งเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นมากเท่าไร อัตราเงินสมทบที่จะนำส่งจะยิ่งลดลง อีกทั้งเงินสมทบคำนวณจากเบี้ยรับตรงทั้งหมดในรอบปี อย่างกรณีประกันวินาศภัย ตามกฎหมายจัดเก็บเป็น ขั้นบันได 3 ขั้นคือ เบี้ยรับตรง 1,000 ล้าน บาทแรก นำส่งในอัตรา 0.3% หรือ 30 สตางค์ต่อเบี้ย 100 บาท เบี้ยรับตรงส่วนที่เกิน 1,000 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท นำส่งในอัตรา 0.25% หรือ 25 สตางค์ต่อเบี้ย 100 บาทและเบี้ยรับตรงส่วนที่เกิน 5,000 ล้านบาทนำส่งในอัตรา 0.2% หรือ 20 สตางค์ต่อเบี้ย 100 บาท
ดังนั้น หากไตรมาสแรกบริษัทมีเบี้ย 1,000 ล้านบาทจะจ่ายเงินสมทบมากที่สุดที่ 0.3% และเมื่อไตรมาสสองมีเบี้ย 2,000 ล้านบาท จะจ่ายเงินสมทบในอัตราขั้นที่ 2 ที่ 0.25% เท่านั้นหรือได้ส่วนลดถึง 25% ขณะที่เบี้ยส่วนที่เกิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะจ่ายเงินสมทบในขั้นที่ 3 เท่ากับได้ส่วนลด 33% เพราะถือว่าพ้นเกณฑ์การจ่ายขั้นที่ 1 ไปแล้ว จึงจะนับเฉพาะเบี้ยส่วนที่เกินจากแต่ละไตรมาสที่จ่ายไปแล้ว อย่างกรณีการจ่ายในไตรมาส สอง, สามและสี่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่จะได้ส่วนลดมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก เนื่องจากเบี้ยจะเพิ่มขึ้นมากในไตรมาส หลังๆ
ด้านแหล่งข่าวอีกรายหนึ่งให้ความเห็นกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการขอทุนประเดิมให้แก่สำนัก งานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ตามที่กระทรวง การคลังเสนอมา โดยให้สำนักงานคปภ. เสนอของบประมาณ จำนวนไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งจะได้รับในปีงบประมาณ 2552 นั้นหากมองในแง่ดีดีกว่าไม่ได้เลย แต่มอง อีกแง่หนึ่งถือว่าน้อยเกินไปหากเทียบที่ ครม.เพิ่งอนุมัติทุนประเดิมให้กับสำนัก งานคุ้มครองเงินฝากซึ่งเป็นองค์กรอิสระเหมือนสำนักงานคปภ.โดยอนุมัติให้ไปถึง 420 ล้านบาททั้งที่หน่วยงานนั้นมีพนักงานเพียง 40 คน ขณะที่สำนักงานคปภ. มีพนักงานถึง 500-600 คน
สำนักงานคปภ.เสนอขอทุนประเดิม จากรัฐบาลถึง 4 ครั้ง ครั้งแรก 1,500 ล้าน บาท ซึ่งทาง ครม. เห็นด้วยในหลักการแต่ไม่มีงบจะจัดสรรให้ จึงส่งเรื่องกลับมาให้มาทบทวนวงเงินใหม่โดยให้ลดวงเงิน ลงมาให้เหมาะสม ซึ่งทางคปภ.ปรับลดลงมาเหลือ 800 ล้านบาท ครั้งที่สาม ลดลงมาเหลือ 526 ล้านบาท และ 250 ล้านบาท
|