ค่ายประกันกัดฟันยึดนโยบายไม่สนยอดขาย แห่ขนสินค้าเด่นโชว์ งานมหกรรมมั่นใจ ไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย ประกันชีวิตยิ้มออกแบบประกันสะสมทรัพย์ขายดีสุด ส่วนวินาศภัยชูประกันรถพีเออัคคีภัย ขายแข่ง เผยยอดขาย ไม่สะพัด แต่หวังเก็บตกลูกค้าต่อยอดภายหลัง
งานมหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย ซึ่งกระทรวงการคลังจัดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ด้วยการจัดให้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เน้นของดี มีคุณภาพ มาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยในภาคประชาชน ระหว่างวันที่ 17-20 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพค เมืองทองธานี
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจประกันภัย ภายใต้ การนำของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก็ได้คัดเลือกบริษัทประกันชีวิต และบริษัทประกันวินาศภัยกว่า 10 บริษัท ไปร่วมออกบูธภายในงานด้วย
รายงานข่าวจากคปภ. เปิดเผยว่า ในส่วนของบริษัทประกันชีวิตที่ไปร่วมออกบูธในวันนั้นมีด้วยกัน 5 บริษัท ได้แก่ บ. อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จก. หรือเอไอเอ, บ. ไทยประกันชีวิต จก., บ. เมืองไทยประกันชีวิต จก., บ. ไทยสมุทรประกันชีวิต จก. และบ. ธนชาตประกันชีวิต จก. ส่วนบริษัทประกันวินาศภัยมีด้วยกัน 7 บริษัท ได้แก่ บ. วิริยะประกันภัย จก., บมจ. กรุงเทพประกันภัย, บมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย, บมจ.เมืองไทยประกันภัย, บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์, บ.ประกันภัยศรีเมือง และบ. ธนชาตประกันภัย จก.
นอกจากนี้ ยังมี บ. กลางคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ จก. รวมไปถึงสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย และสมาคมอู่กลาง
ส่วนสินค้าที่บริษัทนำไปจำหน่ายให้กับประชาชนภายในงานนั้น ล้วนแต่เป็นสินค้าเด่นของแต่ละบริษัทแทบ ทั้งสิ้น ซึ่งหากเป็นธุรกิจประกันวินาศภัยแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นแผนประกันภัยรถ ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) และประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งหากว่าเป็นบริษัทประกันวินาศภัยเครือ แบงก์ที่มีช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ ก็จะมีการทำโปรโมชั่นพิเศษเป็นแพ็กเกจให้กับลูกค้าที่มาซื้อภายในงาน พร้อมกับมีของพรีเมี่ยมให้ด้วย ทำให้บูธคึกคักไม่น้อย
ด้านบริษัทประกันชีวิต ก็นำเอาแบบประกันเด่นๆ ของบริษัทออกเสนอขายให้กับลูกค้า ซึ่งไม่ใช่สินค้าอัตราเบี้ยถูกกว่าปกติ เป็นแบบประกันที่ขายดีอยู่แล้วนำมาเสนอขายในงาน และเป็นที่น่าสังเกตว่า ล้วนแต่เป็นสินค้าในประเภทสะสมทรัพย์ (Saving) แทบทั้งสิ้น เช่น เมืองไทยประกันชีวิต สินค้าที่ขายดีที่สุด คือ แบบประกันเมืองไทยธนพันธุ์ ประเภทสะสมทรัพย์ ชำระเบี้ย 8 ปี คุ้มครองถึง 20 ปี, แบบออมทรัพย์ 20/14 ชำระเบี้ย 14 ปี คุ้มครอง 20 ปี, เมืองไทยเพื่อการศึกษา, เมืองไทย แฮปปี้ ไลฟ์ พลัส เป็นต้น
ขณะที่เอไอเอ นำโครงการตรวจสุขภาพการเงินลูกค้า หรือ Financial Health Check มาเป็นตัวเปิดการขาย พร้อมกับนำเสนอแบบประกันยูนิเวอร์ แซลไลฟ์ตัวใหม่ เอไอเอ ยูนิเวอร์แซล ไลฟ์ ซึ่งปีแรกให้ผลตอบแทนขั้นต่ำ 4% บวกกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน จากพอร์ตลงทุนของบริษัทโดยเฉลี่ยอีก 3.8% มาเรียกลูกค้าภายในงานได้ไม่น้อย
อย่างไรก็ดี ตัวแทนที่ขายสินค้าในบูธ บอกว่า ด้านยอดขายก็มีเข้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการแนะนำแบบประกันให้ลูกค้าได้รู้จักมากกว่า และอาจ จะเป็นเพราะบริเวณที่ตั้งบูธอาจจะคับแคบ และใกล้กับบูธจำหน่ายอาหารก็เลยทำให้คนสนใจซื้ออาหารมากกว่าที่จะเดินเข้ามา และส่วนใหญ่จะเข้ามาเพราะสนใจฟังคำแนะนำเท่านั้น แต่ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งสามารถที่จะไปต่อยอดเสนอขายวันหลังได้
ส่วนสินค้าที่ตรงกับคอนเซปต์ของงาน น่าจะเป็นประกันเอื้ออาทรที่บริษัทกลางฯ นำมาจำหน่ายภายในงานด้วย โดยนำแบบราคา 300 บาท และ 550 บาท มาจำหน่าย
|