:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หนัาแรก  | ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  ญี่ปุ่นยึดเบ็ดเสร็จประกันไทย

> ทุ่มงบไม่อั้นไล่ล่า ‘ฮุบ-ร่วมทุน’ เล่นทุกรูปแบบ

ตลาดประกันไทยฝุ่นตลบ! ทุนญี่ปุ่นได้ฤกษ์เปิดเกมไล่ล่า

ฮุบกิจการร่วมทุนค่ายไทย ชนขาใหญ่สหรัฐฯ-ยุโรป-ไทยชิงเจ้าตลาด เผยนอก จาก 2 รายล่าสุดเอพีเอฟ กรุ๊ปที่ซื้อแอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์และจ้องยึดลิเบอร์ตี้ฯ และไดอิชิฯ ที่ร่วมทุนกับไทยสมุทรฯ แล้ว “ท็อปไฟว์” ญี่ปุ่นอยู่ในไทยครบเริ่มจากวินาศภัยทั้งโตเกียว มารีน-มิตซุย สุมิโตโม-ไอโออิฯ-สมโพธิ์ ร่วมเป็นเจ้าของถือหุ้นบริษัทไทย 6 บริษัท ส่วนประกันชีวิตอันดับ 1 นิปปอน ไลฟ์ถือหุ้น 25% ในกรุงเทพฯ ขณะที่มิลเลียไลฟ์ในเครือโตเกียว มารีนจับคู่ กับไทยธนาคาร

กำลังเป็นกระแสฮอต! และเป็นที่จับตามองของวงการประกันภัยเมืองไทยยามนี้มากทีเดียวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นที่เริ่มเปิดปฏิบัติการเข้ายึดตลาดประกันภัยเมืองไทยอย่างเป็นรูปธรรมหลังปล่อยให้ค่ายใหญ่ยักษ์จากสหรัฐฯ ยุโรป ไล่ซื้อกิจการ ชิงเทกโอเวอร์ หรือร่วมทุน กับค่ายประกันภัยของไทยมาเป็นเวลานาน

ความคึกคักของกลุ่มนายทุน จากญี่ปุ่นเริ่มขึ้นพร้อมกัน 2 รายเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา รายแรกเป็นฝั่งประกันวินาศภัยเมื่อ บริษัทเอเชีย พาตเนอร์ ชิป ฟันด์ (APF GROUP) ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในบล.ยูไนเต็ด และตกเป็นข่าว เข้าซื้อ บริษัท แอ๊ดวานซ์ อินชัวรันส์ จำกัด ที่กำลังมีปัญหาเงินกองทุนติดลบดอดเข้าไปเปิดการเจรจา

ซื้อหุ้นบริษัท ลิเบอร์ตี้ประกันภัย จำกัด ถึงขั้นเกือบได้ข้อสรุปซื้อกิจการกันแล้วจน เป็นข่าวใหญ่โตก่อนที่ทางเจ้าของลิเบอร์ตี้ฯ คือพ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต กรรมการบริหารจะออกมาปฏิเสธยังไม่ตกลงขายกิจการกับทุนข้ามชาติรายใดทั้งสิ้น พร้อม กับยืนยันไม่ขายกิจการเด็ดขาด ข่าวการเข้าซื้อลิเบอร์ตี้ของเอพีเอฟ กรุ๊ป ออกมาในช่วงที่นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทเตรียมเงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนในธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมนี้เพื่อรองรับธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารประมาณ 830 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ลงทุนในไทยมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ

อีกรายเป็นค่ายประกันชีวิตอันดับ 2 ของญี่ปุ่น บริษัท ไดอิชิ มิวชวล ไลฟ์ อินชัวรันส์ จำกัด ได้เข้าฤกษ์เข้ามาร่วมลงทุน ในบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัดอย่างเป็นทางการหลังจากร่วมมือทางธุรกิจมาระยะหนึ่ง ด้วยการซื้อหุ้นสัดส่วน 24% ราคาประมาณ 10,000 ล้านเยน หรือ ประมาณ 3,052.8 ล้านบาทมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

นอกจาก 2 รายนี้แล้ว ก่อนหน้านี้กลุ่มทุนจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะค่ายประกันวินาศภัยและประกันชีวิตชั้นนำในกลุ่ม 5 อันดับแรกของประเทศหรือท็อปไฟว์ได้เข้า เทกโอเวอร์หรือร่วมทุนกับบริษัทประกันภัยเมืองไทยไปแล้วหลายแห่งโดยเฉพาะประกันวินาศภัย จนถึงขณะนี้มีนายทุนญี่ปุ่นเป็นเจ้าของกิจการหรือร่วมทุนอยู่ด้วย 6 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ประกันภัยศรีเมือง จำกัด เป็นของกลุ่มโตเกียว มารีน บริษัทประกันวินาศภัยอันดับ 1 ของญี่ปุ่น

บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกัน (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันส์ จำกัด เป็นของกลุ่มมิตซุย สุมิโตโม ค่ายวินาศภัยอันดับ 2 ของญี่ปุ่น โดยบริษัทแรกเป็นบริษัทร่วมทุน ส่วนบริษัทที่ 2 เป็นสาขาในประเทศไทยของมิตซุย สุมิโตโม ซึ่งนอกจาก 2 บริษัทนี้แล้ว มิตซุย สุมิโตโมยังถือหุ้นในบมจ. ศรีอยุธยาประกันภัยจำนวนหนึ่งด้วย

บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด เป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มไอโออิ กับบมจ.กรุงเทพประกันภัย โดยไอโออิถือ หุ้นประมาณ 25% ตามที่กฎหมายประกัน ภัยฉบับเก่ากำหนด และบริษัทสุดท้ายคือ สมโพธิ์เจแปนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัดเป็นบริษัทร่วมทุนของซอมโปหรือสมโพธิ์จากญี่ปุ่น สัดส่วนการถือหุ้นน่าจะใกล้เคียงกัน

ส่วนประกันชีวิตนอกจากไดอิชิที่จับคู่กับไทยสมุทรประกันชีวิตแล้ว ยังมีบริษัทนิปปอน ไลฟ์ อินชัวรันส์ ค่ายประกันชีวิตอันดับ 1 ที่ร่วมลงทุนในบมจ. กรุงเทพประกันชีวิต โดยซื้อหุ้นเพิ่มจาก 16.4% เป็น 25% ราคา 36,000 ล้านเยนหรือประมาณ 11,5000 ล้านบาทเมื่อ ปลายปี 2549 ที่ผ่านมา บริษัท มิลเลียไลฟ์อินชัวรันส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นการร่วมทุนกันระหว่าง มิลเลียไลฟ์ในเครือโตเกียว มารีนและธนาคารไทยธนาคารโดยช่วงหลังทีซีซี กรุ๊ปลดสัดส่วนการถือหุ้นลงมา

อย่างไรก็ดี การรุกคืบของทุนญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับบริษัทประกันภัยสัญชาติไทยรวมถึงค่ายประกันจากยุโรปและสหรัฐฯเพราะนอกจากทุนญี่ปุ่นจะมีความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน มีฐานเงินทุน โนว์ฮาว ประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแบรนด์ ดังระดับโลกทั้งสหรัฐฯ และยุโรปแล้ว บริษัทจากญี่ปุ่นยังได้เปรียบตรงสายสัมพันธ์แนบแน่นที่มีอยู่กับค่ายผู้ผลิตรถ ยนต์ชั้นนำของโลกซึ่งส่วนใหญ่มีสัญชาติมาจากญี่ปุ่นเหมือนกัน และเป็นที่ทราบกันดีกว่าธุรกิจญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับชาติ นิยมมากกว่าประเทศอื่น

ประกอบกับประกันรถยนต์เป็นตลาดที่มีเบี้ยรับรวมมากที่สุดในอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยประเทศไทยคือครองสัดส่วนเกือบ 60% ของเบี้ยทั้งหมด บริษัทประกันภัยแห่งใดก็ตามที่ต้องการเขยิบตำแหน่งในตลาดหรือเพิ่มผลประกอบการจำเป็นต้องขยายรถยนต์เป็น หลัก อีกทั้งบริษัทประกันจากญี่ปุ่นกลุ่มดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจนที่จะเพิ่มบทบาท สร้างความแข็งแกร่งในตลาดประกันภัยประเทศไทยเพื่อใช้ไทยเป็นฐานรองรับการประกันภัยธุรกิจในเครือในประเทศไทยและธุรกิจในแถบเอเชียที่จะขยายในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทญี่ปุ่นหลายบริษัทโดยเฉพาะโตเกียว มารีน และมิตซุย สุมิโตโม ซึ่งเป็น 2 ค่ายประกันวินาศภัยที่เป็นคู่แข่งกันในทุกตลาดทั่วโลกรวมถึงไทยและมีความเคลื่อนไหวหวือหวามากที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นต่างประกาศเจตนารมณ์ ชัดเจนที่จะซื้อบริษัทประกันวินาศภัยในไทย เพิ่มเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ส่งเสริมตำแหน่ง ทางการตลาด ซึ่งในส่วนของโตเกียว มารีน เน้นไปที่บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าคนไทยเป็นหลัก

ขณะที่มิตซุย สุมิโตโม ทางบริษัทแม่ตั้งความหวังกับตลาดไว้สูงมากต้องการ ใช้เป็นหัวหอกส่งมิตซุย สุมิโตโมก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเอเชียจากปัจจุบันอยู่อันดับ 2 เป็นรองเอไอจี โดยกรณีมิตซุย สุมิโตโมแม้ไม่ซื้อบริษัทอื่นเพิ่ม หากรวมเบี้ยรับรวมระหว่าง 2 บริษัทที่มีอยู่คือมิตซุย สุมิโตโมและเอ็ม เอส ไอจีเข้าด้วยกันจะมีเบี้ยรับรวมมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของ ตลาดเมืองไทยทันที

สาเหตุที่บริษัทประกันจากญี่ปุ่นทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่มุ่งขยายธุรกิจในไทยเนื่องจากเห็นว่าตลาดประกันภัยของไทยทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัยมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้อีกมาก หากวัดจากอัตราการทำประกันอย่างประกันชีวิต ประมาณ 20% เช่นเดียวกับประกันวินาศภัย ขณะที่ภาครัฐเองหันมาส่งเสริมจริงจัง เช่น ใช้มาตรการภาษีต่างๆ มาเป็นตัวกระตุ้น รวมถึงส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติด้วยการขยายสัดส่วนการถือ หุ้นตรงในบริษัทประกันภัยไทยจาก 25% เป็น 49% และสนับสนุนให้บริษัทประกันภัยของไทยควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

ยิ่งกว่านั้น ปัจจัยในประเทศญี่ปุ่นเองไม่เอื้อต่อการขยายธุรกิจเนื่องจากตลาดประกันภัยอยู่ในภาวะชะลอตัวและถึงจุดอิ่ม อีกทั้งการแข่งขันรุนแรง

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com