:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หน้าแรก หนัาแรก  | ติดต่อเรา ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  ปราบกรมธรรม์รถปลอมสำเร็จ

> อานิสงส์ประกันแบบใหม่ที่ใช้ระบบบาร์โค้ดตรวจสอบ

วินาศภัยสบช่องออกกรมธรรม์ใหม่ “สมัครใจรวมพ.ร.บ.” นำวิธีใหม่ “ติดบาร์โค้ด” ในใบเสร็จรับเงินถาวรชั่วคราวกำจัดกรมธรรม์ปลอมไปในตัว ยอมลงทุนซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ดให้ขนส่งเช็กข้อมูลประกันเวลารับต่อทะเบียนรถ ชี้หากมีบาร์โค้ดปลอมยาก เผยใช้บาร์โค้ด แทนระบบเรียลไทม์ หลังบริษัทไม่สามารถรายงานข้อมูลทันทีที่รับประกัน จ้างขนส่งเป็นเอาต์ซอร์สทำแทน ชี้กรอบ 15 วันให้ลูกค้ารีเช็กบริษัทหากยังไม่ได้กรมธรรม์เป็นอีกหนึ่งหมากสกัดกรมธรรม์ปลอม แค่ 15 วันรู้ผลของจริงหรือไม่จากเดิมกว่าจะรู้ต่อเมื่อเกิดเคลม ตัวแทนฉ้อฉลเชิดเงินหายเข้ากลีบเมฆ

ต่อกรณีปัญหาเรื้อรังกรมธรรม์ประกันภัยปลอมโดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ที่ยังคงแก้ไม่ตก ไม่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นไป ซึ่งเป็นปัญหาบ่อนทำลายภาพพจน์ ความน่าเชื่อถือธุรกิจประกันภัยมาตลอดไม่ว่ายุคสมัยใดก็ตาม ล่าสุดส่อเค้ายุติ อาจถึงขั้นกำจัดให้หมดสิ้นไปได้อย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีใครสามารถปลอม แปลงกรมธรรม์ได้อีกต่อไปอันเป็นผลมาจากการจัดระบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ ด้วยการออกกรมธรรม์รูปแบบใหม่ “ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรวมประกันภัยตามพ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535” ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัย

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า สาเหตุที่ทำให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ปลอมน่าจะยุติได้เนื่องจากการเตรียมนำระบบบาร์โค้ดมาใช้กับกรมธรรม์ใหม่ในวันที่ 28 สิงหาคม 2551 หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 กันยายน 2551 ซึ่งเป็นกำหนดเวลาที่บริษัทประกันวินาศภัยเริ่มขายกรมธรรม์แบบใหม่

โดยระบบบาร์โค้ดจะนำมาใช้แทนระบบเรียลไทม์ (Real Time) หรือการรายงานข้อมูลประกันภัยทันทีที่รับประกันภัย ซึ่งทาง คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันวินาศภัยรายงาน เริ่มจากการรับประกันภัยรถตามพ.ร.บ.เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2550 แต่ปรากฏว่าบริษัทประกันภัยไม่สามารถดำเนินงานตามแนวทาง ดังกล่าวเนื่องจากความไม่พร้อมของบริษัทเอง ซึ่งหากระบบเรียลไทม์สามารถดำเนินการได้จะครอบคลุมมาถึงกรมธรรม์ใหม่ด้วยจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ไปโดยปริยายเนื่อง จากมีประกันภัยพ.ร.บ.รวมอยู่ด้วย

สำหรับขั้นตอนการทำงานของระบบบาร์โค้ดเริ่มจากเมื่อลูกค้าซื้อประกันภัยภาคสมัครใจรวมประกันภัย พ.ร.บ.หรือประกันภัย พ.ร.บ.อย่างเดียวผ่านบริษัทประกันภัยหรือ ตัวแทนที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายไม่ว่าผู้ซื้อจะได้รับใบเสร็จรับเงินถาวรหรือใบเสร็จ รับเงินชั่วคราวซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงการทำประกันภัย ในใบเสร็จรับเงินทั้ง 2 ประเภทจะมีบาร์โค้ดติดอยู่

ซึ่งผู้เอาประกันสามารถนำใบเสร็จรับเงิน ดังกล่าวไปเป็นเอกสารแสดงถึงการทำประกันภัยระหว่างการยื่นต่อทะเบียนรถที่กรมการขนส่งทางบกได้เนื่องจากสมาคมฯได้ว่าจ้างให้กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้บันทึกข้อมูลการรับประกันภัยรถแบบเรียลไทม์แทนบริษัทประกันภัยด้วย โดยสมาคมฯจะเป็นออกค่าใช้จ่ายจัดซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ดให้กับกรมการขนส่งทางบก และเมื่อกรมการขนส่งทางบกรับต่อทะเบียนแล้ว กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถปฏิเสธหรือจะมาอ้างทีหลังว่ากรมธรรม์เป็นของปลอมได้อีกต่อไป

“เมื่อข้อมูลการรับประกันภัยตัวนี้ปรากฏ อยู่ที่ฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกแล้วข้อมูลเหล่านี้จะถูกลิงค์ต่อไปยังคปภ.ทันทีภายใต้การเชื่อมโยงข้อมูลกันแบบออนไลน์ระหว่าง 2 หน่วยงาน ซึ่งทางคปภ.จะรู้ทันทีว่ากรมธรรม์นี้ ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยแล้ว สามารถตรวจสอบได้ทันทีอีกเช่นกันกรมธรรม์นี้มีการชำระเบี้ยประกันแล้วตามหลักการจ่ายก่อนคุ้มครองหรือ Cash Before Cover เท่า กับบริษัทหมดทางปฏิเสธเรื่องไม่ได้รับค่าเบี้ยหรือมีเบี้ยค้างรับตกอยู่กับตัวแทนอีกต่อไป ขณะที่ประชาชนเกิดความมั่นใจไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะกรมธรรม์ปลอมอีกต่อไป”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการนำระบบบาร์โค้ดมาใช้อาจจะก่อให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบในเชิงการแข่งขันทางการตลาดในแง่จิตวิทยากล่าวคือบริษัทหรือตัวแทนที่สามารถออกกรมธรรม์ให้กับผู้ซื้อได้ทันที ณ จุดขายทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจมากกว่า ซึ่งบริษัทจะนำจุดนี้ไปเป็นจุดขายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเกทับคู่แข่ง ขณะที่ความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงเทคโนโลยีคงไม่มีมากนัก

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า การใช้บาร์โค้ดอาจจะทำให้ระบบหัก ลบ กลบ หนี้ระหว่างตัวแทนและบริษัทประกันภัยที่เคยทำผ่านระบบการเบิกสติกเกอร์ประกันภัยพ.ร.บ. ในอดีตอาจจะกลับมาระบาดอีกครั้งเพียงแต่เป็นการทำผ่านใบเสร็จรับเงินชั่วคราวซึ่งจะเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทันที เช่น หากตัวแทนคนใดมีเครดิตดีบริษัทจะให้โควตาในการเบิกใบ เสร็จรับเงินชั่วคราวได้มากเท่านั้นเหมือนกับการเบิกโควตาสติกเกอร์ประกันภัยพ.ร.บ.ในอดีต

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีที่ผู้เอาประกันภัยซื้อประกันและชำระเบี้ยผ่านบริษัทหรือตัวแทนที่ไม่สามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยได้ทันที ซึ่งผู้เอาประกันจะได้หลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินชั่วคราวนั้น โดยในใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจะกำหนดชัดเจนว่าผู้เอาประกันจะได้รับกรมธรรม์ภายใน 15 วันนับแต่ชำระเบี้ยประกันภัย หากยังไม่ได้รับกรมธรรม์ให้ติดต่อบริษัทโดยตรงนั้น เท่ากับภายใน 15 วัน ลูกค้าสามารถรู้ได้ทันทีกรมธรรม์เป็นของปลอม หรือไม่จากเดิมไม่สามารถรู้ได้เลยจน กว่าจะเกิดเคลมซึ่งบางครั้งผ่านไปหลายเดือนหรือตลอดปีไม่มีเคลมเกิดขึ้นเลยหากเป็นกรมธรรม์ ปลอมทำให้เสียค่าเบี้ยไปฟรีๆ อีกทั้งการตามจับตัวตัวแทนฉ้อฉลทำได้ยากเพราะระยะเวลาผ่านไปนานแล้ว ขณะที่กำหนด 15 วันทำให้การตามจับตัวตัวแทนฉ้อฉลทำได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

สำหรับประเด็นที่บริษัทประกันภัยจ้างกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้บันทึกข้อมูลการประกันภัยพ.ร.บ.แบบเรียลไทม์แทนบริษัทประกันภัยพร้อมกับรายงานข้อมูลไปยังคปภ.นั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า ภายใต้ระบบนี้จะมีค่าใช้จ่าย 2 ส่วนคือ

1.ค่าใช้จ่ายในการยิงบาร์โค้ดตลอดจนการพิมพ์ข้อมูลชื่อบริษัทประกันภัย และเลขที่กรมธรรม์ประกันภัยลงในป้ายแสดงการชำระภาษี

2.ค่าใช้จ่ายในการวางระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์ โดยทางสมาคมประกันวินาศภัยเสนอคิดค่าใช้จ่ายจากจำนวนกรมธรรม์ประกัน ภัยที่ผ่านการยิงบาร์โค้ดให้กับกรมการขนส่งทางบก กำหนดอัตราค่าใช้จ่ายจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ 1 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยรถจักรยานยนต์ 50 สตางค์

สาเหตุที่บริษัทประกันภัยไม่สามารถรายงานข้อมูลประกันภัยพ.ร.บ.แบบเรียลไทม์ได้ แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยอีกรายหนึ่งกล่าวว่า สาเหตุเนื่องจากตัวแทนไม่ได้ส่งข้อมูลทันทีที่รับประกันให้กับบริษัท เป็นตัวแทนที่ไม่ความพร้อมด้านระบบงานหรืออยู่ใน พื้นที่ห่างไกล เห็นได้จากข้อมูลการทำประกันภัยล่าสุดน้อยกว่ารถที่จดทะเบียนประมาณ 1 ล้านคันเนื่องจากผู้เอาประกันเมื่อซื้อประกันภัยพ.ร.บ.จะไปยื่นชำระภาษีประจำปีทันทีหรือในช่วงเวลาก่อนที่ตัวแทนคนนั้นๆ จะส่งข้อมูลเข้ามายังบริษัทประกันภัย เพราะตามกฎหมาย ใหม่กำหนดว่าก่อนที่กรมการขนส่งทางบกจะรับจดทะเบียนรถใหม่หรือรับชำระภาษีประจำปี ต้องตรวจสอบว่ารถคันนั้นมีประกันภัยพ.ร.บ. ก่อนถึงจะรับชำระภาษีได้

อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ว่า เหตุผลที่ แท้จริงที่บริษัทประกันภัยไม่สามารถรายงานข้อมูล แบบเรียลไทม์ได้เพราะไม่อยากลงทุนด้านระบบ คอมพิวเตอร์หรือซื้อเครื่องออกกรมธรรม์อัตโนมัติ (Policy Vendor Register Machine: PVR) ราคาเครื่องละประมาณ 18,900 บาท หากเทียบกับค่าใช้จ่ายที่จ้างกรมการขนส่งทาง บกทำให้กรมธรรม์ละ 1 บาทถือว่าการจ้างกรม การขนส่งทางบกมีต้นทุนถูกกว่ามาก

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com