:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หน้าแรก หนัาแรก  | ติดต่อเรา ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  ประกันพืชผลปี 2 ประเดิมเคลม 4 หมื่นเศษ

>เร่งทำคลอด กธ. มาตรฐานเบี้ย‘โปรดักต์ ไลบิลิตี้’

วินาศภัยประเดิมจ่ายเคลมประกันพืชผลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี 2 ให้กับ เกษตรกร 21 คนในอ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี แล้ว หลังพบความแห้งแล้งระยะเพาะปลูก เผยวงเงินสินไหมแค่ 43,188 บาท 10 บริษัทร่วมจ่าย เดินหน้าร่างกรมธรรม์มาตรฐานความรับผิดต่อความเสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัย หรือโปรดักต์ ไลบิลิตี้ รอ

สคบ.กำหนดรายละเอียดประเภทสินค้าไม่ปลอดภัย คาดไม่เกินตุลาคมนี้คลอดกรมธรรม์เบี้ย ก่อนเดินสายให้ความรู้สมาชิกสภาอุตฯสภาหอฯทั่วประเทศ

นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ภายหลังขยายพื้นที่รับประกันภัยพืชผลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากภัยแล้งโดยใช้ดัชนีน้ำฝนและดัชนีความแห้งแล้ง (Weather Index) ออกไปยัง 4 จังหวัดคือพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการดำเนินงานในปีที่ 2 โดยเริ่มรับประกันภัยระยะเพาะปลูกให้กับเกษตรกรที่อำเภอชัยบาดาลเป็นแห่งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ผลการรับประกันภัยช่วงเพาะปลูกระยะที่ 1 คุ้มครอง 30 วันตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 15 มิถุนายน 2551 โดยมีพื้นที่เอาประกันภัย 329 ไร่ ปรากฎว่า บริษัทประกันภัยทั้ง 10 แห่งที่เข้าร่วมโครงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเกษตรกร 21 รายที่ได้รับความเสียหายวงเงินทั้งสิ้น 43,188 บาท แบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนแบบเบี้ยประกันภัย 80 บาท/ไร่ 77 วงเงินชดเชย 95.94 บาท /ไร่ และแบบที่ 2 เบี้ยประกันภัย 120 บาท/ไร่ วงเงินชดเชย 146.48 บาท ไร่ เนื่องจากมีความแห้งแล้งเกิดขึ้น โดยสามารถวัดค่าความแห้งแล้งได้ในระดับ 96.8 มิลลิเมตร เกินกว่าระดับขั้นต่ำ 50 มิลลิเมตรแต่ยังไม่เกิน 100 มิลลิเมตร ถือว่ามีความแห้งแล้งเกิดขึ้น 46.8 มิลลิเมตร

หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนประเมินจากดัชนีความแห้งแล้งเทียบเคียงจากปริมาณน้ำฝน กำหนดว่าถ้าความแห้งแล้งน้อยกว่า 50 มิลลิเมตรแสดงว่าปริมาณน้ำฝนเพียงพอกับการเติบโตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ถ้าความแห้งแล้งเกินกว่า 50 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 100 มิลลิเมตร แสดงว่ามีความแห้งแล้งเกิดขึ้น ทำให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เติบโตไม่เต็มที่ และหากความแห้งแล้งเกิน 100 มิลลิเมตรแสดงว่าปริมาณน้ำฝนน้อยเกินไปทำให้ข้าวโพดเสียหาย

นายถนัดกล่าวว่า ในพื้นที่อื่นๆ ยังไม่ปรากฎว่ามีความแห้งแล้งเกิดขึ้นแม้บางพื้นที่จะมีฝนตกมากบริษัทประกันภัยไม่ได้จ่ายค่าสินทดแทนก็ตามเพราะไม่อยู่เกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรเพราะมีปริมาณน้ำฝนมีเพียงพอที่จะทำให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถเติบโตได้ในระยะเพาะปลูกที่ 2 และ 3 และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

สำหรับการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 4 จังหวัดข้างต้น มีจำนวนผู้เอาประกันภัยทั้งสิ้น 324 ราย พื้นที่เอาประกันภัย 6,689 ไร่ เบี้ยประกันภัยรวม 721,280 บาท เทียบกับปี 2550 ที่มีผู้เอาประกันภัย 37 ราย พื้นที่เอาประกัน 962 ไร่ เบี้ยประกันประมาณ 80,000 บาทเป็นการรับประกันเฉพาะพื้นที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องโครงการเท่านั้น

นายถนัดยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นขจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability) ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดทำกรมธรรม์มาตรฐานที่จะให้บริษัทสมาชิกนำไปจำหน่ายได้ทันทีโดยอยู่ในขั้นตอนเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย บริษัท สำรวจความเสียหายภัย(Loss Adjuster) สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาร่วมกันดูร่างกรมธรรม์ โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะออกมารองรับพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยพ.ศ.2551 ที่จะมีผลบังคับใช้ปี 2552

กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดว่าผู้ประกอบการต้องมีความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้บังคับให้ต้องซื้อประกันภัย ในฐานะที่เราเป็นผู้รับความเสี่ยงภัยต้องชี้แจงกับทางผู้ประกอบการถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้ ถ้าผู้ประกอบการคิดว่าแบกรับความเสี่ยงเองได้ก็แล้วไป แต่หากมองว่าไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงนี้ได้เพราะเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้นเคยสามารถโอนความเสี่ยงนั้นมาให้บริษัทประกันภัยด้วยการซื้อประกันกับเรา ซึ่งตอนนี้ต้องรอทางสคบ.ออกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ปลอดภัยมีอะไรบ้างซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดเงื่อนไขความคุ้มครองและเบี้ยประกันด้วยิ

อย่างไรก็ดี สำหรับรูปแบบกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัยซึ่งจะกำหนดเป็นอัตรา ขั้นต่ำ-สูง น่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทางคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ดจะเริ่มออกไปให้ความรู้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยพอดี

นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ภายหลังขยายพื้นที่ รับประกันภัยพืชผลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากภัยแล้งโดยใช้ดัชนีน้ำฝนและดัชนีความแห้งแล้ง (Weather Index) ออกไปยัง 4 จังหวัดคือพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอตาก ฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นการดำเนินงานในปีที่ 2 โดยเริ่มรับประกันภัยระยะเพาะปลูกให้กับเกษตรกรที่อำเภอชัยบาดาลเป็นแห่งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ผลการรับประกันภัยช่วงเพาะปลูกระยะที่ 1 คุ้มครอง 30 วันตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-15 มิถุนายน 2551 โดยมีพื้นที่เอาประกันภัย 329 ไร่ ปรากฏว่า บริษัทประกันภัยทั้ง 10 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเกษตรกร 21 รายที่ได้รับความเสียหายวงเงินทั้งสิ้น 43,188 บาท แบ่งเป็นค่าสินไหมทด แทนแบบเบี้ย ประกันภัย 80 บาท/ไร่ 77 วงเงิน ชดเชย 95.94 บาท/ไร่ และแบบที่ 2 เบี้ยประกันภัย 120 บาท/ไร่ วงเงินชดเชย 146.48 บาท ไร่ เนื่องจากมีความแห้งแล้งเกิดขึ้น โดยสามารถวัดค่าความแห้งแล้งได้ในระดับ 96.8 มิลลิเมตร เกินกว่าระดับขั้นต่ำ 50 มิลลิเมตรแต่ยังไม่เกิน 100 มิลลิเมตร ถือว่ามีความแห้งแล้งเกิดขึ้น 46.8 มิลลิเมตร

หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนประเมินจากดัชนีความแห้งแล้งเทียบเคียง จากปริมาณน้ำฝน กำหนดว่าถ้าความแห้งแล้งน้อยกว่า 50 มิลลิเมตรแสดงว่าปริมาณน้ำฝนเพียงพอกับการเติบโตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่ถ้าความแห้งแล้งเกินกว่า 50 มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน 100 มิลลิเมตร แสดงว่ามีความแห้ง แล้งเกิดขึ้น ทำให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เติบโตไม่เต็มที่และหากความแห้งแล้งเกิน 100 มิลลิเมตร แสดงว่าปริมาณน้ำฝนน้อยเกินไป ทำให้ข้าวโพดเสียหาย

นายถนัดกล่าวว่า ในพื้นที่อื่นๆ ยังไม่ปรากฏว่ามีความแห้งแล้งเกิดขึ้นแม้บางพื้นที่จะมีฝนตกมากบริษัทประกันภัยไม่ได้จ่ายค่า สินทดแทนก็ตามเพราะไม่อยู่เกณฑ์ที่กำหนด แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรเพราะมีปริมาณน้ำฝนมีเพียงพอที่จะทำให้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สามารถเติบโตได้ในระยะเพาะปลูกที่ 2 และ 3 และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

สำหรับการรับประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ 4 จังหวัดข้างต้น มีจำนวนผู้เอาประกันภัยทั้งสิ้น 324 ราย พื้นที่เอาประกันภัย 6,689 ไร่ เบี้ยประกันภัยรวม 721,280 บาท เทียบกับปี 2550 ที่มีผู้เอาประกันภัย 37 ราย พื้นที่เอาประกัน 962 ไร่ เบี้ยประกันประมาณ 80,000 บาทเป็นการรับประกันเฉพาะพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องโครงการเท่านั้น

นายถนัด ยังกล่าวถึง ความคืบหน้าการจัดทำกรมธรรม์ ประกันภัยความรับผิดตามกฎ หมายต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นขจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability) ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดทำกรมธรรม์มาตรฐานที่จะให้บริษัทสมาชิกนำไปจำหน่ายได้ทันทีโดยอยู่ในขั้นตอนเชิญผู้เกี่ยว ข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย บริษัท สำรวจความเสียหายภัย (Loss Adjuster) สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาร่วมกันดูร่างกรมธรรม์ โดยกรมธรรม์ ดังกล่าวจะออกมารองรับพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยพ.ศ.2551 ที่จะมีผลบังคับใช้ปี 2552

“กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดว่าผู้ประกอบการต้องมีความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้บังคับให้ต้องซื้อประกันภัย ในฐานะที่เราเป็นผู้รับความเสี่ยงภัยต้องชี้แจงกับทาง ผู้ประกอบการถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นจากกฎหมายฉบับนี้ ถ้าผู้ประกอบการคิดว่าแบกรับความเสี่ยงเองได้ก็แล้วไป แต่หากมองว่าไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงนี้ได้เพราะเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้นเคยสามารถโอนความเสี่ยงนั้นมาให้บริษัทประกันภัยด้วยการซื้อประกันกับเรา ซึ่งตอนนี้ต้องรอทางสคบ.ออกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่ไม่ปลอดภัย มีอะไรบ้างซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดเงื่อนไขความคุ้มครองและเบี้ยประกันด้วย”

อย่างไรก็ดี สำหรับรูปแบบกรมธรรม์และอัตราเบี้ยประกันภัย ซึ่งจะกำหนดเป็นอัตรา ขั้นต่ำ-สูง น่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม นี้ เป็นช่วงเวลาที่ทางคณะอนุกรรมการประกัน ภัยเบ็ดเตล็ดจะเริ่มออกไปให้ความรู้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยพอดี

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com