|
|
เงินหมื่น ล. หล่นทับ วินาศภัย |
|
> รับประกันภัยโครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ
วินาศภัยส้มหล่น! รัฐบาลเปิดโอกาสให้รับประกันโครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลไทย - มาเลเซีย กำหนดให้รับประกัน 50% ตามสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลไทยจากเดิมมาเลย์ผูกขาดเกือบหมด เฉพาะประกันทรัพย์สินแท่นขุดเจาะทั้งโครงการ 759 ล้านเหรียญ หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทยังไม่รวมประกันความรับผิดอีกสารพัด วินาศภัยไทยร่วม 22 บริษัทเตรียมแจม หยิบชิ้นปลามันเบี้ยก้อนใหญ่ เริ่มสัญญา 1 สิงหานี้ ขยายผลตั้งพูลรับประกันโครงการพลังงานธรรมชาติเลียนแบบ MERIC ของมาเลเซีย เพิ่มคาปาซิตี้บริษัทไทยแข่งรับประกันงานเพื่อนบ้าน
นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญบริษัทสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้บริษัทประกันภัยของไทย เข้าไปรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลมาเลเซียและไทย ที่อยู่ภายใต้การดูแล ขององค์กรร่วม มาเลเซีย-ไทยมากขึ้น
โครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในพื้นที่อ่าวไทยระหว่างเขตแดนไทยและมาเลเซียมีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยทางรัฐบาลไทย และมาเลเซีย ตั้งองค์กรร่วมเพื่อพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมกันเป็นการลงทุนคนละครึ่งทุกอย่างแบ่งครึ่งกันหมด ซึ่งเมื่อรัฐบาลไทยถือหุ้นในแท่นขุดเจาะนี้ 50% จึงเกี่ยวโยงมาถึง การประกันภัยอยากให้บริษัทไทยเข้าไปรับประกันแท่นขุดเจาะนี้ครึ่งหนึ่งด้วยจากเดิมที่จะมีบริษัทประกันภัยของมาเลเซียเป็นหลัก ดังนั้นทางผู้ดูแลจึงประสานไปที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งประสานมาที่สมาคมฯอีกต่อหนึ่ง
การรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติดังกล่าวจะเป็นการประกันภัยทรัพย์สินตัวแท่นขุดเจาะและประกันภัยความรับผิด (liability) ต่างๆ เฉพาะทรัพย์สินแท่นขุดเจาะมีมูลค่าประมาณ 759 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านส่วนมูลค่าประกันภัยความรับผิดยังระบุไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารโครงการฯ ต้อง การซื้อประกันภัยครอบคลุมอะไรบ้างและโครง การนี้ในอนาคตจะมีการพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหนด้วย
นายถนัดกล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัย แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติแล้วประมาณ 21-22 บริษัท แต่เป็นแค่การแสดงความสนใจเบื้องต้น เท่านั้น ซึ่งในสัปดาห์นี้ทางองค์กรร่วมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านประกันภัยของโครงการ ซึ่ง เป็นคนของมาเลเซียมาให้ข้อมูลต่างๆ กับบริษัทประกันภัยของไทย อาทิ ความเสี่ยงของ โครงการเป็นอย่างไร เงื่อนไขการรับประกันภัย เป็นต้น
จากนั้นทางคณะอนุกรรมการฯ จะเชิญบริษัทสมาชิกประชุมอีกครั้งเพื่อลงลึกรายละเอียด ประกันภัยทั้งในแง่ทุนประกันและอัตราเบี้ยประกันหลักจากนั้นจะให้บริษัทสมาชิกกลับไปตัดสินใจอีกครั้งจะร่วมประกันหรือไม่และหากร่วมจะรับความเสี่ยงภัยสัดส่วนเท่าไร ส่วนที่เหลือจะประกันภัยต่อไปยังบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอส์) ต่างประเทศเหลือ
อย่างไรก็ดี การรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติมีกำหนดเริ่มรับประกัน 1 สิงหาคมนี้เนื่องจากกรมธรรม์เดิมจะหมดอายุในวันนั้นพอดี ซึ่งกรมธรรม์เดิมบริษัทประกันภัยของมาเลเซียเป็นผู้รับประกันภัยเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่บริษัทประกันภัยไทยเข้าไปรับประกันอยู่เพียงบริษัทเดียวคือบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
การประกันภัยลักษณะนี้แม้เป็นเรื่องใหม่ สำหรับเราแต่บางบริษัทพอมีประสบการณ์อยู่บ้างอย่างทิพยประกันภัยฯและกรุงเทพประกันภัย แม้เราจะไม่มีกรมธรรม์ตัวนี้เป็นมาตรฐานแต่ที่รับประกันกันอยู่ส่วนใหญ่เอามาจากต่างประเทศไม่น่ามีปัญหา ส่วนเบี้ยประกันอยู่เท่าไหร่ยังไม่รู้เราไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับราคาเบี้ยโครงการพวกนี้
นายถนัดกล่าวว่า การเข้าไปรับประกันภัยโครงการนี้จะช่วยให้บริษัทที่เข้าร่วมโครง การมีเบี้ยรับมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีไปถึงอุตสาหกรรมด้วย อีกทั้งยังเพิ่มประสบการณ์และความรู้ ใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันช่วยสงวน เงินตราไว้ในประเทศแทนที่จะต้องรั่วไหลออกไปต่างประเทศจากการซื้อประกันภัยต่อเพราะหากร่วมกันรับประกันภัยจะทำให้ความสามารถ ในการรับประกัน (Capacity) เพิ่มขึ้น
นายถนัดกล่าวว่า นอกจากโครงการนี้แล้วทางสมาคมฯจะมีการหารือกับบริษัทสมาชิกถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งกองกลาง (พูล) รับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะเช่นเดียวกับทางมาเลเซียซึ่งมีพูลชื่อว่า MERIC ย่อมาจาก Malasian Energy Risk Consortium ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของบริษัทประกันวินาศภัย 18 บริษัทในมาเลเซีย เป็นพูลที่ตั้งขึ้นเพื่อรับประกันภัยโครงการเกี่ยวกับพลังงานโดยเฉพาะอย่างกรณีแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติข้างต้นในปีที่ผ่านมาทาง MERIC เป็นผุ้รับประกันอยู่
การจัดตั้งพูลจะทำให้ความสามารถในการรับประกันภัยของบริษัทไทยเพิ่มขึ้น ผมเกริ่นเรื่องนี้กับบริษัทสมาชิกรวมถึงที่ประชุมร่วมกับทางบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือไทยรีแล้ว หลายบริษัทเห็นด้วย อาจจะเริ่มจาก 21-22 บริษัทที่จะร่วมรับประกันแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ หาก บริษัทดังกล่าวรวมถึงบริษัทอื่นสนใจที่จะร่วมมือกันจริงจังตั้งเป็นพูลเหมือนที่มาเลเซียจะสามารถขยายการรับประกันภัยไปยังโครงการอื่นๆ ได้ ซึ่งการรับประกันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการในบ้านเราเท่านั้น หากมีกำลังรับประกันมากพอยังสามารถเข้าไปรับประกันงาน ของประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วยเป็นการดึงเม็ดเงินต่างประเทศเข้าไทยอีกทางหนึ่ง นายถนัดกล่าวในที่สุด
|
| |
|
| |
back |
| |
| |
|