:: ตั้ง Thaigia.com เป็นหน้าแรก | หน้าแรก หนัาแรก  | ติดต่อเรา ติดต่อเรา  
ขนาดอักษร  S  M  L
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 
 
 
หนัาแรกข่าว
บทความน่ารู้
ดาวน์โหลด
ห้องสมุด
ประกาศผลสอบตัวแทนประกันวินาศภัย
การกำกับดูแลเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (RISK-BASED CAPITAL)
 RISK-BASED CAPITAL : คปภ.
RISK-BASED CAPITAL :
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
ความเคลื่อนไหวเรื่อง
Operational Risk
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  สำนักงานคณะกรรมการกำกับ
และส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
ประกันภัย
  สมาคมประกันชีวิตไทย
  สถาบันประกันภัยไทย
  สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัย
แห่งประเทศไทย
  บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัย
จากรถ
  สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย
  ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท
install flash Player    
  เงินหมื่น ล. หล่นทับ วินาศภัย

> รับประกันภัยโครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ

วินาศภัยส้มหล่น! รัฐบาลเปิดโอกาสให้รับประกันโครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลไทย - มาเลเซีย กำหนดให้รับประกัน 50% ตามสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาลไทยจากเดิมมาเลย์ผูกขาดเกือบหมด เฉพาะประกันทรัพย์สินแท่นขุดเจาะทั้งโครงการ 759 ล้านเหรียญ หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านบาทยังไม่รวมประกันความรับผิดอีกสารพัด วินาศภัยไทยร่วม 22 บริษัทเตรียมแจม หยิบชิ้นปลามันเบี้ยก้อนใหญ่ เริ่มสัญญา 1 สิงหานี้ ขยายผลตั้งพูลรับประกันโครงการพลังงานธรรมชาติเลียนแบบ MERIC ของมาเลเซีย เพิ่มคาปาซิตี้บริษัทไทยแข่งรับประกันงานเพื่อนบ้าน

นายถนัด จีรชัยไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการฯ ได้เชิญบริษัทสมาชิกเข้าร่วมประชุมเพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้บริษัทประกันภัยของไทย เข้าไปรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลมาเลเซียและไทย ที่อยู่ภายใต้การดูแล ขององค์กรร่วม มาเลเซีย-ไทยมากขึ้น

“โครงการแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติตั้งอยู่ในพื้นที่อ่าวไทยระหว่างเขตแดนไทยและมาเลเซียมีพื้นที่ทั้งสิ้น 7,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยทางรัฐบาลไทย และมาเลเซีย ตั้งองค์กรร่วมเพื่อพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมกันเป็นการลงทุนคนละครึ่งทุกอย่างแบ่งครึ่งกันหมด ซึ่งเมื่อรัฐบาลไทยถือหุ้นในแท่นขุดเจาะนี้ 50% จึงเกี่ยวโยงมาถึง การประกันภัยอยากให้บริษัทไทยเข้าไปรับประกันแท่นขุดเจาะนี้ครึ่งหนึ่งด้วยจากเดิมที่จะมีบริษัทประกันภัยของมาเลเซียเป็นหลัก ดังนั้นทางผู้ดูแลจึงประสานไปที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งประสานมาที่สมาคมฯอีกต่อหนึ่ง”

การรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติดังกล่าวจะเป็นการประกันภัยทรัพย์สินตัวแท่นขุดเจาะและประกันภัยความรับผิด (liability) ต่างๆ เฉพาะทรัพย์สินแท่นขุดเจาะมีมูลค่าประมาณ 759 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.5 หมื่นล้านส่วนมูลค่าประกันภัยความรับผิดยังระบุไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริหารโครงการฯ ต้อง การซื้อประกันภัยครอบคลุมอะไรบ้างและโครง การนี้ในอนาคตจะมีการพัฒนาไปมากน้อยแค่ไหนด้วย

นายถนัดกล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัย แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติแล้วประมาณ 21-22 บริษัท แต่เป็นแค่การแสดงความสนใจเบื้องต้น เท่านั้น ซึ่งในสัปดาห์นี้ทางองค์กรร่วมฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านประกันภัยของโครงการ ซึ่ง เป็นคนของมาเลเซียมาให้ข้อมูลต่างๆ กับบริษัทประกันภัยของไทย อาทิ ความเสี่ยงของ โครงการเป็นอย่างไร เงื่อนไขการรับประกันภัย เป็นต้น

จากนั้นทางคณะอนุกรรมการฯ จะเชิญบริษัทสมาชิกประชุมอีกครั้งเพื่อลงลึกรายละเอียด ประกันภัยทั้งในแง่ทุนประกันและอัตราเบี้ยประกันหลักจากนั้นจะให้บริษัทสมาชิกกลับไปตัดสินใจอีกครั้งจะร่วมประกันหรือไม่และหากร่วมจะรับความเสี่ยงภัยสัดส่วนเท่าไร ส่วนที่เหลือจะประกันภัยต่อไปยังบริษัทประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอส์) ต่างประเทศเหลือ

อย่างไรก็ดี การรับประกันภัยแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติมีกำหนดเริ่มรับประกัน 1 สิงหาคมนี้เนื่องจากกรมธรรม์เดิมจะหมดอายุในวันนั้นพอดี ซึ่งกรมธรรม์เดิมบริษัทประกันภัยของมาเลเซียเป็นผู้รับประกันภัยเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่บริษัทประกันภัยไทยเข้าไปรับประกันอยู่เพียงบริษัทเดียวคือบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

“การประกันภัยลักษณะนี้แม้เป็นเรื่องใหม่ สำหรับเราแต่บางบริษัทพอมีประสบการณ์อยู่บ้างอย่างทิพยประกันภัยฯและกรุงเทพประกันภัย แม้เราจะไม่มีกรมธรรม์ตัวนี้เป็นมาตรฐานแต่ที่รับประกันกันอยู่ส่วนใหญ่เอามาจากต่างประเทศไม่น่ามีปัญหา ส่วนเบี้ยประกันอยู่เท่าไหร่ยังไม่รู้เราไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับราคาเบี้ยโครงการพวกนี้

นายถนัดกล่าวว่า การเข้าไปรับประกันภัยโครงการนี้จะช่วยให้บริษัทที่เข้าร่วมโครง การมีเบี้ยรับมากขึ้นซึ่งจะส่งผลดีไปถึงอุตสาหกรรมด้วย อีกทั้งยังเพิ่มประสบการณ์และความรู้ ใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันช่วยสงวน เงินตราไว้ในประเทศแทนที่จะต้องรั่วไหลออกไปต่างประเทศจากการซื้อประกันภัยต่อเพราะหากร่วมกันรับประกันภัยจะทำให้ความสามารถ ในการรับประกัน (Capacity) เพิ่มขึ้น

นายถนัดกล่าวว่า นอกจากโครงการนี้แล้วทางสมาคมฯจะมีการหารือกับบริษัทสมาชิกถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดตั้งกองกลาง (พูล) รับประกันภัยโครงการขนาดใหญ่เกี่ยวกับพลังงานธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะเช่นเดียวกับทางมาเลเซียซึ่งมีพูลชื่อว่า MERIC ย่อมาจาก Malasian Energy Risk Consortium ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของบริษัทประกันวินาศภัย 18 บริษัทในมาเลเซีย เป็นพูลที่ตั้งขึ้นเพื่อรับประกันภัยโครงการเกี่ยวกับพลังงานโดยเฉพาะอย่างกรณีแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติข้างต้นในปีที่ผ่านมาทาง MERIC เป็นผุ้รับประกันอยู่

“การจัดตั้งพูลจะทำให้ความสามารถในการรับประกันภัยของบริษัทไทยเพิ่มขึ้น ผมเกริ่นเรื่องนี้กับบริษัทสมาชิกรวมถึงที่ประชุมร่วมกับทางบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือไทยรีแล้ว หลายบริษัทเห็นด้วย อาจจะเริ่มจาก 21-22 บริษัทที่จะร่วมรับประกันแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ หาก บริษัทดังกล่าวรวมถึงบริษัทอื่นสนใจที่จะร่วมมือกันจริงจังตั้งเป็นพูลเหมือนที่มาเลเซียจะสามารถขยายการรับประกันภัยไปยังโครงการอื่นๆ ได้ ซึ่งการรับประกันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโครงการในบ้านเราเท่านั้น หากมีกำลังรับประกันมากพอยังสามารถเข้าไปรับประกันงาน ของประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วยเป็นการดึงเม็ดเงินต่างประเทศเข้าไทยอีกทางหนึ่ง” นายถนัดกล่าวในที่สุด

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
  หน้าแรก  |  เกี่ยวกับสมาคม  |  สมาชิกสมาคม  |  ติดต่อเรา  |  แผนที่สมาคม  |  แผนผังเว็บไซต์  
 
สมาคมประกันวินาศภัย (THE GENERAL INSURANCE ASSOCIATION) 223 ซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 e-mail: general@thaigia.com