> ประกันชีวิตโตแน่ 3 เท่าจีดีพี/วินาศภัยขยายตัว 20%
คปภ.- เอกชนประสานเสียงไตรมาส 2 เบี้ยประกันโตกว่าไตรมาสแรกอานิสงส์มาตรการกระตุ้นศก.-แพ็กเกจภาษี ประกันชีวิตยกปัจจัยบวกเพิ่มลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันชีวิต 100,000 บาท กองทุนหมู่บ้าน โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยธอส.หนุนเบี้ยโตตามเป้า 3 เท่าของจีดีพี ส่วนวินาศภัยฟันธง! ศก.โต โครงการเมกะโปรเจกต์ขับเคลื่อนตลาดรถยนต์คึกคักทั้งรถรุ่นใหม่จากทาทาและอี 20 บวกอสังหาริมทรัพย์บูมฯ ดันเบี้ยไตรมาสสองโตลิ่ว 20% คปภ.เผย 3 เดือนแรกประกันโต 10.78-14.40% เบี้ย 77,500-80,000 ล้านบาท
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิ- การคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยในไตรมาสแรกปี 2551 มีเบี้ยประกัน ภัยรับตรงประมาณ 77,500-80,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขยายตัว 10.78- 14.40% เทียบกับไตรมาสแรกปี 2550 จากตัวเลขดังกล่าวคาดว่า ในปีนี้อุตสาหกรรมประกันภัยจะมีเบี้ยรับตรงประมาณ 309,988-320,120 ล้าน บาท เติบโตประมาณ 3-5.75%
ปัจจัยสนับสนุนการเติบโตเนื่องจากรัฐบาลเพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีเบี้ยประกันชีวิตจาก 50,000 บาทเป็น 100,000 บาททำให้ประชาชนให้ความสนใจประกันชีวิตมากขึ้น โดยคาดว่าผลจากมาตรการภาษีจะ ทำให้เบี้ยประกันชีวิตขยายตัวมากในช่วงปลายปี กอปรกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งทางสศค. ได้ปรับประมาณการการเติบโต ของจีดีพีปีนี้จาก 4.5% เป็น 5-6%
ยิ่งกว่านั้น บริษัทประกันภัยได้เพิ่มช่อง ทางจำหน่ายหลากหลายมากขึ้น อาทิ ผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันสทำให้ประชาชนเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้นขณะเดียวกันทางทางคปภ.และสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์กรมธรรม์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความ ต้องการของประชาชนตลอด
นางจันทรากล่าวว่า ในไตรมาสสองเบี้ยประกันภัยยังคงมีอัตราการเติบโตเช่นกันจากปัจจัยบวกทั้งการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ๆอาทิ สถาบันการเงิน ที่ทำการไปรษณีย์ รวมถึงร้านสะดวกซื้อต่างๆ ซึ่งทางคปภ.จะขอความ ร่วมมือกับกรมการค้าภายในช่วยหาช่องทางจำหน่ายเพื่อให้ประชาชนหาซื้อได้ง่ายขึ้น
นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ตลาดประ- กันชีวิตในไตรมาสสองน่าจะดีกว่าไตรมาสแรก ซึ่งเพิ่งจะปิดผลงานกันไป เนื่องจากมีปัจจัยในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ทั้งในเรื่องของลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต 100,000 บาท กองทุนหมู่บ้าน รวมไปถึง โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ล้วนแต่เป็นการกระตุ้นตลาดประกันชีวิตทางหนึ่ง
เชื่อว่ามาตรการต่างๆ เหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งคงไม่ต้องรอดูผลในไตรมาสสี่ของปี แต่น่าจะเห็นผลแล้วในไตรมาสสองนี้ โดยธุรกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 3 เท่าของจีดีพี
ส่วนผลงานของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด นั้น ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ เบี้ยรับรวมเติบโตได้ประมาณ 30% โดยเบี้ยปีแรก (FYP) เติบโตได้ประมาณ 40% และเบี้ยต่ออายุเติบโตประมาณ 25-30% ซึ่งถือว่าสูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรม และเท่าที่ดูจากต้นเดือนเมษายนนี้ ตัวเลขเบี้ยที่เข้ามาก็ยังอยู่ในปริมาณที่น่าพอใจเช่นกัน คาดว่าไตรมาสสองคงจะเติบโตได้ดี
นายสุจินต์ หวั่งหลี นายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า อัตราการ เติบโตของเบี้ยประกันวินาศภัยในไตรมาสสองน่า จะดีกว่าไตรมาสแรกเนื่องจากมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาเริ่มมีผล เป็นรูปธรรม อาทิ มาตรการภาษี การกระตุ้นรากหญ้าผ่านกองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร เป็นต้น
รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งหลายสำนัก อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารโลก ทำนายในทิศทางเดียวกันเศรษฐกิจประเทศไทยจะขยายตัวประมาณ 5-5.5% ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เบี้ยประกันวินาศภัยปีนี้จะเติบโตประมาณ 8-9% ตามเป้าหมายที่เคยตั้งไว้
ตัวเลขไตรมาสแรกยังไม่ออกแต่คิดว่าน่าจะโตประมาณ 6-7% คิดว่าไตรมาสสองจะค่อยๆ ขยายตัวขึ้นได้ตามเป้า 8-9% โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นตัวหลัก อย่างภาษีหากเป็นประกันชีวิตเขาจะได้รับผลบวกโดยตรงเชื่อว่าครึ่งปีหลังประกันชีวิตจะขยายตัวมาก
แต่ประกันวินาศภัยจะได้ผล ทางอ้อมมากกว่าอีกข้อหนึ่งจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นทำให้สินค้าตลอดจนทรัพย์สินต่างๆ มีมูลค่าสูงขึ้นทำให้เบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อดูรวมๆ แล้วเชื่อว่าประกันวินาศภัยปีนี้ดีกว่าปีก่อน
นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต ผู้ช่วยกรรม การผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย สยามธุรกิจ ว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยในไตรมาสสองน่าจะขยาย ตัวสูงกว่าไตรมาสแรกโดยคาดว่าอัตราเติบโตน่าจะสูงถึง 20% เนื่องจากหลายปัจจัย อาทิ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) เป็น รูปเป็นร่างชัดเจน ภาครัฐเริ่มเดินเครื่องเต็มที่ทั้งร่างหนังสือเชิญชวนให้ภาคเอกชนร่วมลงทุน การออกพันธบัตรล็อตใหญ่เพื่อระดมเงินทุนรวมถึงการขอสินเชื่อจากแหล่งเงินต่างประเทศ อาทิ เจบิคของญี่ปุ่น เป็นต้น
ส่งผลให้มีการทำประกันภัยต่างๆ ตามมา เริ่มจากประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (มารีน) สินค้าประเภททุน เครื่องจักรรวมถึงแรงงานจำนวนมากที่จะรองรับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่รถยนต์ที่มีการสั่งจองใน งานมอเตอร์โชว์จะมีการส่งมอบกันในไตรมาสนี้ รวมถึงมาตรการภาษีกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเป็นตัวกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค
ทำให้ความต้องการทำประกันภัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังมีการปัดฝุ่นโครงการประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) เอื้ออาทรกระตุ้นกำลังซื้อลงสู่กลุ่มประชาชนฐานรากมากขึ้น
ตลาดรถยนต์คึกคักมากมีรถรุ่นใหม่ๆ ออกมาเยอะอาทิ จากทาทาของอินเดียที่เริ่มบูมมากขึ้น รถที่ใช้อี-20 ที่เริ่มผลิตออกมามากขึ้น คนที่ต้องการประหยัดน้ำมันหันมาซื้อรถประเภทนี้ ขณะที่ทางปั๊มน้ำมันเองก็หันมาขายก๊าซโซฮอล์อี 20 เพิ่มขึ้นสนองตอบความต้อง การให้กับผู้ที่ต้องการประหยัดน้ำมันสิ่งเหล่านี้ เป็นพลังขับเคลื่อนในการซื้อประกันเพิ่มสูงขึ้น
ไตรมาสสองน่าจับตามากที่สุดเชื่อว่าอัตราเติบโตน่าจะเยอะกว่าทุกไตรมาส หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนภาพคนละอย่างเพราะปีก่อนความผันผวนทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญกระทบความมั่นใจของนักลงทุนและผู้บริโภค หุ้นร่วงลงกว่า 700 จุดไม่เหมือนตอนนี้ข่าวดีจากผลประกอบการในปีที่ผ่านมาของบริษัทในตลาดหุ้นทั้งหมดมีกำไรสุทธิเพิ่ม ขิ้น 20% ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นส่ง ผลดีไปถึงไตรมาสสามและสี่
|