การประมูลเบี้ยประกันภัยรถเมล์ ขสมก. ที่แต่ละปีมีเคลมเกิน 100% ปีนี้ยังฝุ่นตลบเหมือนเดิม หลังค่ายสัมพันธ์ฯเจ๊งไป ทั้งที่ไม่ใช่งานดี หลัง 4 ค่ายประกันชิงดำเสนอราคา แต่ค่ายน้องใหม่ในขวดเก่า "ฟีนิกซ์ประกันภัย" ใจถึงได้ไปด้วยสนนราคาเบี้ยต่ำสุดแค่ 47.3 ล้านบาทต่อรถเมล์ 3.7 พันคันทั่วกรุง ชี้ไม่กลัวขาดทุน แต่ต้องการสร้างชื่อเสียงภาพลักษณ์ของบริษัท
รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ว่าปีนี้ได้เปิดประมูลผู้ยื่นเสนอราคารับประกันภัยรถเมล์ และรถใช้ในกิจการของ ขสมก. รวมจำนวน 3,696 คัน (ไม่รวมรถร่วมบริการ) เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีบริษัทประกันภัย 4 แห่งเข้าร่วมเสนอราคาเบี้ย ประกอบด้วย บมจ.นำสินประกันภัย กมลประกันภัย ฟินิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) และลิเบอร์ตี้ประกันภัย ปรากฏว่าบริษัทฟินิกซ์ประกันภัย (ประเทศไทย) เป็นผู้ชนะการประมูล โดยเสนอราคาเบี้ยประกันต่ำสุดที่ 47.3 ล้านบาท ซึ่งจะคุ้มครองการประกันภัยประเภทสาม วงเงินสูงสุด 7.5 แสนบาท และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ วงเงินไม่เกิน 1 แสนบาท ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดไม่เกิน 8.5 แสนบาท/คน/ครั้ง ระยะเวลาเริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 ม.ค.2551 - 1ม.ค.2552 ขณะที่นำสินฯ เสนอราคาเบี้ย 64.9 ล้านบาท กมลฯ 76.2 ล้านบาท และลิเบอร์ตี้ฯ 71.2 ล้านบาท
ก่อนหน้านั้น บริษัทสัมพันธ์ประกันภัยเป็นผู้รับประกันภัยรถเมล์ ขสมก. ทั้งหมดมาเป็นเวลานาน 6 ปี แต่ปัจจุบันบริษัทมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เงินกองทุนติดลบกว่า 1 พันล้านบาท ทำให้ไม่สามารถเพิ่มทุนใหม่ได้ จึงอยู่ระหว่างถูกสั่งพักรับประกันภัยจากสำนักงาน คปภ. และมีแนวโน้มต้องถูกสั่งปิดกิจการในเร็วๆนี้ ทำให้ ขสมก. ต้องยกเลิกสัญญากับบริษัทไปตั้งแต่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในระหว่างนั้นบริษัทฟินิกซ์ฯ ได้เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้รับประกันแทน กระทั่งเป็นผู้ชนะการประมูลครั้งล่าสุด
ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการประกันภัยรถเมล์ ขสมก. มีอัตราการเคลมสินไหม (loss ratio) เฉลี่ย 100% จึงทำให้ไม่มีกำไรจากการรับประกันภัย ในขณะที่ loss ratio ของรถร่วม ขสมก. ซึ่งมีบริษัทประกันภัย 2-3 แห่งรับประกันภัยอยู่ ในแต่ละปีมีเคลมเฉลี่ย 200-300% รองลงมาเป็นรถแท็กซี่ที่บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ขยาดที่จะรับ
แหล่งข่าวในวงการประกันภัยรายหนึ่ง งานรับประกันรถเมล์ ขสมก. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเคลมสูงต่อเนื่องมาตลอด แม้ระยะหลัง ทาง ขสมก. พยายามเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยการปรับปรุงคุณภาพหลายๆด้าน แต่ยอดเคลมก็ยังไม่ลดลง ก่อนหน้าที่สัมพันธ์ประกันภัยจะรับประกัน ทาง บมจ.ทิพยประกันภัยที่เคยรับอยู่ก่อน ก็ขาดทุนมาตลอด แต่จำเป็นต้องรับเพราะความเป็นเครือรัฐวิสาหกิจด้วยกันในอดีต
ที่น่ากลัว คือ บริษัทประกันภัยที่ค่อนข้างระมัดระวัง หรือมีฐานะการเงินมั่นคง จะไม่พยายามเข้าไปรับงานที่ขาดทุน ซึ่งรถเมล์เป็นงานที่เสี่ยงสูงอยู่แล้ว แต่ทุกปีก็ยังมีบริษัทประกันภัยต้องการ เพราะต้องการระดมเงินสด จึงต้องเสี่ยงดวงเข้ามารับประกัน และการประมูลแทบทุกครั้ง ก็จะต้องมีเรื่องเงินใต้โต๊ะครั้งละประมาณ 5-10% เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอๆ ซึ่งในกฎหมายประกันภัยฉบับใหม่ กำหนดว่าถ้ามีบริษัทประกันล้มลง สำนักงาน คปภ. สามารถถ่ายโอนอำนาจให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบทุจริตได้ด้วย และหากพบหลักฐานว่ามีผู้บริหารบริษัททำผิดจริง กฎหมายใหม่ให้อำนาจยึดทรัพย์ส่วนตัวได้ด้วย" แหล่งข่าวระบุ