"วินาศภัยทุกไซส์" เพิ่มทุนหลังน้ำท่วม ไทยเศรษฐกิจฯโปะอีก 103 ล้าน ขยับฐานะ

          นายพุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา มีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 103,464,693 บาท จาก 310,394,080 บาทเป็น 413,858,773 บาทโดยจะออก หุ้นสามัญจำนวน 10,346,469 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมโดยจะขอความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 เมษายน นี้หลังจากนั้นจะแจ้งกับคปภ.

         สาเหตุที่ต้องเพิ่มทุนเป็นผลมาจากน้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้บริษัทต้องตั้งสำรองค่าสินไหมจ่ายจำนวนมากทำให้เกิดผลประกอบการขาดทุนสูงถึง 161 ล้านบาท จำนวนเงินกองทุนลดลงมาก ทำให้ฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในภาวะ ที่ต้องบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการขยายงานจึงจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน

          ยิ่งกว่านั้นบริษัทยังได้รับการสนับ สนุนส่งงานจากแหล่งงานรายสำคัญอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความคาดหวังที่จะให้บริษัทได้รับส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นนับจากปีนี้ไปอีก 3 ปี โดยประมาณการยอดขายไว้ในปี 2555 ที่จำนวน 1,600 ล้านบาท ปี 2556 จำนวน 2,000 ล้านบาท และในปี 2557 จำนวน 2,400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทต้องปรับสถานะของเงินกองทุนรวมทั้งการคงสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการรับประกันภัยอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงการจ่ายค่าสินไหมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

          ซึ่งการที่บริษัทมีทุนจดทะเบียนที่สูง ขึ้นทำให้โอกาสในการสร้างผลกำไรจากการรับเสี่ยงภัยด้วยตนเองมีจำนวนมากขึ้น เพราะเมื่อเงินกองทุนเพิ่มขึ้นจะทำให้บริษัท สามารถเก็บเบี้ยประกันส่วนที่ดี และบริหารความเสี่ยงภัยเบื้องต้นได้มากขึ้นก่อนที่จะจัดประกันภัยต่อออกไปสำหรับส่วนเกินจากฐานเงินกองทุน

          “การตั้งสำรองค่าสินไหมที่จะต้องจ่ายมี 2 ส่วนคือจากประกันรถยนต์น้ำท่วม ที่ผ่านมามีรถยนต์ของลูกค้าจมน้ำเยอะมากต้องตั้งสำรองเผื่อไว้กรณีที่รถเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) และเราต้องจ่ายคืนทุนประกันให้กับลูกค้า ส่วนที่ 2 จากประกันอื่นๆ เช่นทรัพย์สินทั้งบ้านอยู่อาศัย โรงงานต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายหากทางรีอินชัวเรอส์ที่เราซื้อประกันต่อจ่ายช้าเราก็ต้องเผื่อเงินไว้เพื่อจ่ายให้ลูกค้าไปก่อนเขาจะได้เอาไปซ่อมแซมบ้าน ซื้อเครื่องจักร

          นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นการเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นเก่าไม่ได้เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นใหม่ จึงไม่เกี่ยวกับกรณีที่มีชาวต่างชาติสนใจซื้อหุ้นของบริษัท ซึ่งที่ผ่านมามีติดต่อเข้ามาตลอดขณะ นี้มีอยู่ประมาณ 4-5 ราย ซึ่งถ้าดูแนวโน้มธุรกิจประกันภัยภาพรวมหลายบริษัทมีต่างชาติทั้งฝรั่ง จีนและญี่ปุ่นสนใจโดยเฉพาะหลังน้ำท่วมทำให้หลายบริษัทต้องเพิ่มทุนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและรักษาฐานะทางการเงิน ระดับเงินกองทุนให้แข็งแรงเป็นช่วงจังหวะที่ต่างชาติจะสนใจมากกว่าปกติเพราะคิดว่าจะได้ของที่มีราคาถูกมากกว่าช่วงปกติ

          “ความสนใจของต่างชาติจะมุ่งไปที่บริษัทของคนไทยไซส์เล็กและกลาง รูปแบบการซื้อขายมี 2 แบบคือจ้างที่ปรึกษากฎหมายเข้าไปติดต่อพูดคุยและกาชื่อบริษัทไว้ แบบที่สองคือผู้สนใจติดต่อทาบทามโดยตรง แต่กระบวนการซื้อขายคงไม่เสร็จโดยเร็วเขาต้องประเมินหลังน้ำท่วมผลกระทบทั้งต่อสินไหมและราคาหุ้นเป็นอย่างไร น้ำท่วมทำให้บริษัทประกันรู้วิธีการประเมินความเสี่ยงของตัวเอง การคำนวณเบี้ยประกัน เป็นสากลมากขึ้นต้องใช้นักคณิตศาสตร์เข้ามาดูจากเดิมเป็นรูปแบบกงสี หรือซื้อมาขายไปทำให้ได้รับความสนใจจากต่างชาติมากขึ้น”

         สำหรับไทยเศรษฐกิจประกันภัยคือค่ายประกันวินาศภัยรายล่าสุด ที่ต้องเพิ่มทุนภายหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลังจากก่อนหน้านี้มีหลายบริษัทขยับเพิ่มทุน รายที่เพิ่มทุนไปแล้ว อาทิ บริษัท สมโพธิ์ ประกันภัย, บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือไทยรี ส่วนที่อยู่ระหว่างเพิ่มทุนอาทิ บริษัท ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท แอกซ่าประกัน ภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท โตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย จำกัด เป็นต้นซึ่งรายหลังขอกู้เงินบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่นและ จะแปลงเงินกู้ไปเป็นเงินเพิ่มทุนยังไม่รวมอีกหลายบริษัทที่น่าจะเติมหลังจากนี้

 
 
ย้อนกลับ back
 
 
 
คุณเข้าชมเป็นลำดับที่
 

สมาคมประกันวินาศภัยไทย 223 ซอยร่วมฤดี ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 โทรศัพท์: 0-2256-6032-8 โทรสาร: 0-2256-6039-40 E-mail: general@thaigia.com
Copyright © 2012, Thai General Insurance Association. All rights reserved.