|
ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญตัวจริงมาแล้ว "แม้ว" ร่ายแนวทางแก้ของแพง จวกกลุ่มเดิมกั๊กน้ำมันปาล์ม เตรียมสั่ง "ปู-ปตท." สำรองน้ำมัน 90 วันเพื่อยุทธศาสตร์พลังงานของประเทศ ประกันภัยน้ำท่วมกร่อย เปิดโครงการซื้อไม่ถึง 20 ราย เลขาฯ คปภ.ได้ทีเชลียร์สะท้อนมั่นใจแผนแก้น้ำท่วมรัฐบาล
เมื่อวันศุกร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงปัญหาสินค้าแพง โดยเฉพาะราคาพลังงานที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเผชิญอยู่ว่า น้ำมันแพงเราคุมไม่ได้ เป็นตามราคาตลาดโลก แต่อย่างอื่นคุมได้ ไข่ก็ถูก ส่วนน้ำมันปาล์มนั้นก็มีกลุ่มเดิมที่จะให้ขึ้นก็ไม่ให้ จะขายก็ไม่ให้ขาย เตรียมขึ้นแบบเดิม เราก็ไล่ทุบกลับมา บอกอย่าทำอย่างนี้ อย่าทำร้ายประชาชน
"ปัญหาของแพงพูดเรื่อยเปื่อยมันก็พูดได้ ต้องดูว่าสมัยนี้ราคาเท่าไหร่ เอาตัวเลขมาดูสิใครแพงกว่า การที่นายกฯ จะอยู่อีกสมัยหรือไม่นั้นต้องแล้วแต่ประชาชน พูดแทนไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดเอาหัวใจไปผูกกับประชาชน เขาทุกข์เราแก้ทุกข์ให้ เขามีปัญหาอะไรก็แก้ให้เขาอย่างสุดความสามารถ ประชาชนรู้ว่าเราได้ให้หัวใจ ทุ่มเทเต็มที่แล้ว บางอย่างมีข้อจำกัด ประชาชนรับได้ แต่หากไม่มีหัวใจให้เขา นั่งทำงานเพียงเพื่อรักษาอำนาจ คนอยากจะรักษาอำนาจจะรักษาไม่ได้ แต่ถ้าไม่หวงอำนาจ คิดแต่ประชาชน ทำงานให้อย่างเดียว นี่คือหัวใจประชาธิปไตย" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
เมื่อสอบถามถึงวิกฤติพลังงานไฟฟ้า จะแนะนำรัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ราคาน้ำมันวันนี้สูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งราคายังจะขึ้นหรือลงอีก สถานการณ์เหตุการณ์อิหร่าน หากสหรัฐเจรจารู้เรื่องก็พร้อมร่วงลงมาอีก แต่ถ้าอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ราคาก็พร้อมปรับขึ้น เป็นสิ่งยากต่อการเดา แต่ยังมองว่าโอกาสคุยกันรู้เรื่องสูงกว่า
"อิหร่านผลิตน้ำมันต่อวัน 4.2 ล้านบาร์เรล กำลังวางแผนเป็น 6 ล้านบาร์เรล หากไม่มีการแซงก์ชั่น ราคาก็พร้อมร่วงมาอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล น่าเป็นราคาที่มีเหตุผล สำคัญที่สุดคือแพงไม่แพงก็เรื่องหนึ่ง แต่ความมั่นคงพลังงานต้องมาอันดับหนึ่ง แล้วมาดูเรื่องการประหยัด จะทำอย่างไรให้ใช้พลังงานได้ดีที่สุด" พ.ต.ท.ทักษิณระบุ
ถามอีกว่า ได้เสนอไปยังรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า ตอนนี้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วางแผน กระทรวงพลังงานวางแผนไปครอบครองแหล่งพลังงานหลายพื้นที่เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน และกำลังวิจัยเรื่องยุทธศาสตร์มีพลังงานสำรองกี่วัน ซึ่งตามกฎหมายให้มี 18 วัน ถ้านับตามเรือที่เข้ามาได้ 52 วันได้ แต่ถ้าเราเก็บไว้ 90 วันจะดีที่สุด
"ถ้าเจอว่าผมมีผลประโยชน์ด้านพลังงานที่ไหน เอาหลักฐานมาเลย จะเบิ้ลรางวัลให้ แต่ถ้าไม่เจอ ต้องรู้จักอายกับปากบ้าง" พ.ต.ท.ทักษิณโต้ทันทีเมื่อถามว่าฝ่ายค้านโจมตีว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนด้านพลังงาน
ในขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงปัญหาของแพง โดยเฉพาะร้านถูกใจ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ประสบความสำเร็จว่า โครงการได้เปิดรับสมัครร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. และเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ได้เปิดร้านต้นแบบที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในวันที่ 23-25 เม.ย. จะเปิดร้านในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 20 ร้าน และในจังหวัดใหญ่ 15 จังหวัด จังหวัดละ 5-10 ร้าน โดยมีเป้าหมายเปิดให้ได้ถึง 10,000 ร้านทั่วประเทศ ดังนั้นผู้วิพากษ์วิจารณ์อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะโครงการเพิ่งเริ่มต้น ต้องให้เวลารัฐบาลด้วย
สำหรับคำติติงการเตือนภัยสึนามิของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาโต้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นายอภิสิทธิ์กำลังใช้สถานการณ์เกิดแผ่นดินไหวเป็นเครื่องมือการเมืองโจมตีนายกฯ และรัฐบาล ไม่ใช่การติติงสร้างสรรรค์ ยืนยันว่า รัฐบาลเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และประเมินสถานการณ์แจ้งเตือนภัยเป็นอย่างดี แต่ต้องทำแบบมีขั้นตอน ไม่ใช่ตื่นตูม หากไปเตือนภัยเกินความจริงจะทำให้ประชาชนโกลาหลวุ่นวายยิ่งขึ้น และกระทบกับการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเปิดตัวประกันภัยพิบัติเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ซึ่งได้ขายประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน ธุรกิจรายเล็กและธุรกิจรายใหญ่ ว่ามีประชาชนสนใจในระดับหนึ่ง โดยหลังพ้นเทศกาลสงกรานต์ คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ที่มีนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธาน คงนัดประชุมเพื่อประเมินผลนี้อีกครั้ง
รายงานข่าวแจ้งว่า มีผู้สนใจซื้อประกันภัยพิบัติน้อยมาก โดยตัวเลขล่าสุดก่อนวันหยุดช่วงสงกรานต์มีประชาชนมาซื้อแค่ 10 ราย อุตสาหกรรมรายใหญ่มีเพียง 1 ราย กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) 3-4 รายเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะเพิ่งเริ่มเปิดตัว และอยู่ช่วงวัดหยุดยาว แต่เชื่อว่าหลังพ้นเทศกาล จำนวนผู้ซื้อประกันภัยจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า การที่คนมาซื้อประกันน้อยแสดงว่าประชาชนมั่นใจแผนงานของรัฐบาลว่าสามารถป้องกันภัยพิบัติได้ และขณะนี้เพิ่งเริ่มต้นการขาย จึงต้องขอประเมินตัวเลขในช่วง เม.ย.ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นจะนัดคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง
คนที่มาซื้อประกันภัยพิบัติน้อย ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง หรือน่าตกใจ ผมว่าเป็นเรื่องดี ทำให้เห็นว่าประชาชนมั่นใจ และแสดงว่าเบี้ยประกันภัยที่บริษัทประกันขายในตลาดมีราคาไม่ต่างกับของประกันภัยพิบัติของรัฐบาล จากเมื่อก่อนช่วงหลังน้ำท่วมใหม่ๆ ราคาสูงถึง 12-14% ของทุนประกัน ขณะนี้เชื่อว่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% เป็นตัวสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าการจัดตั้งกองทุนประกันภัยของรัฐบาลประสบผลสำเร็จแล้ว นายประเวชกล่าว.
|